บทความเกี่ยวกับการที่เราสามารถเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานของ Learning Model ทั้ง 5 ข้อที่ทุกคนควรจะมีเพื่อเปิดโอกาสสร้างอนาคตและมีแนวทางในการเรียนที่ดีขึ้นครับ
Learn Model 101
- First Principles Thinking : The More You Learn, The More You Earn
- First Principles : It’s not what to learn , but HOW to learn effectively
- Learn Model 1 : Minimum Viable Skills
- Learning Model 2 : Don’t Stop Until You are Competent
- Learning Model 3 : Beware of Diminishing Return
- Learn model 4 : Skill Stacking
- Learn Model 5 : Expert in Learning Generalist in Skill
First Principles Thinking : The More You Learn, The More You Earn

การที่เราจะสามารถมีวิธีการเรียนรู้ที่ดีและมีไอเดียธุรกิจได้จะเริ่มต้นที่มีความเชื่อก่อน
- ทุกคนควรมีความเชื่อมั่นในตัวเองว่า ยิ่งทุกคนเรียนรู้มากเท่าไหร่ ทุกคนสามารถเก่งได้มากเท่านั้น
- ทุกคนไม่จำเป็นต้องกลัว เงินเฟ้อ ถ้าทุกคนมี Skill ที่หางานที่สร้างรายได้มากกว่า เงินเฟ้อ
มี Inflation 3% ต่อปีแต่หากมี Skill ที่หางานได้เงิน 20% ต่อปีก็สามารถอยู่รอดได้
Case : Reading vs Doing

| Slower Action | Faster Action |
| Listening | Reading |
| Watching | Doing |
- ควรเปลี่ยนจากการฟัง –> การอ่านหนังสือ
- ควรเปลี่ยนจากการดู –> การลงมือทำ
ควรลองนำความรู้ที่ได้จากอ่านหรือฟัง podcast นำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตจริงด้วย จะทำให้เราสามารถเก่งขึ้นได้
First Principles : It’s not what to learn , but HOW to learn effectively

กระบวนการเรียนรู้ของคนเราอาจสำคัญกว่าวิชาที่เราเรียนมา- เช่น ถ้าให้ทุกคนไปเรียน Marketing แต่คนที่รู้จักพลิกแพลงความรู้จะทำได้ดีกว่า ปัญหาอยู่ที่การเรียนวิชานั้นๆ ไม่รู้วิธีที่เรียนรู้แล้วเข้าใจอย่างแท้จริง
Best skill : Learning How to Learn คือเรียนยังไงให้มีประสิทธิภาพ
Case : Business Skill
- ในการสร้างธุรกิจต้องมีงานหลายส่วนประกอบด้วย – Marketing, Finance, HR, Sale and IT เรียกว่าการ Combine Skill สำหรับสร้าง Brand หนึ่งขึ้นมา
- One Person Business สร้างธุรกิจของตัวเองได้
การที่เราจะสามารถเรียนรู้อะไรได้มีประสิทธิภาพดีขึ้น จำเป็นต้อง Learning Model ที่ดีในการเรียนรู้ 5 วิธี
Learn Model 1 : Minimum Viable Skills
Mental Model ที่ใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆเรียกว่า Minimum Viable Skills

Minimum Viable Skills หมายถึงทักษะพื้นฐานที่ต้องมีเพื่อให้สามารถทำงานหรือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้
Case : Language
เพียงแค่รู้ศัพท์ภาษาอังกฤษเบื้องต้น 500-1000 คำ ก็สามารถพูดภาษาอังกฤษได้แล้ว เช่น Table , Desk , Water

เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ program เช่น Spreadsheet, SQL, R, Python แค่พื้นฐานก็สามารถทำงานเป็น Junior Data Analyst
เช่น เรียน Program R Tidyverse ก็สามารถทำงานได้
Problem of Minimum Viable Skills
การเรียนรู้แบบขั้นต่ำสามารถเอาตัวรอดได้ แต่ไม่สามารถพัฒนาขึ้นเป็นลำดับต้นๆได้ จึงต้องรู้จักขั้น Competency Level เพื่อเอาตัวรอด
- สามารถสื่อสารและพูดคุยภาษาอังกฤษ
- สามารถทำรายงานภาษาอังกฤษส่งอาจารย์ได้จนจบ
- ขอแค่เรียนถึง 80% ก็เพียงพอแล้ว
ต้องยกระดับการเรียนรู้จาก 25% เป็น 80% ให้ได้ เพื่อให้อยู่ในระดับ Competency Level
จึงต้องไปเรียนรู้และรู้จัก Learning Model ข้อ 2
Learning Model 2 : Don’t Stop Until You are Competent

Don’t Stop Until You are Competent อย่าหยุด จนกว่าคุณจะเชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่ง
Competency Level
Competency Level คือความสามารถหรือความเชี่ยวชาญของบุคคลในการทำงานอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง

ตามกฎ Pareto Rule คือ ใช้เวลาทำอะไรบางอย่าง 20% แต่ได้ผลลัพธ์กลับมา 80%
- เช่นการ
เรียนรู้20% แต่สามารถทำความรู้เรียนรู้มาทำงานได้80% - กิจกรรมตอนช่วง 25%-80% คุ้มค่ากว่าตอนที่ทำกิจกรรม 80%-90% ซึ่งเรียกว่า Diminishing Return
ถ้ากิจกรรมที่ทำอยู่ 80%-90% ควรระวังเรื่อง Diminishing Return จึงเป็นที่มาของ Learning Skill ข้อที่ 3
Learning Model 3 : Beware of Diminishing Return

Beware of Diminishing Return ต้องมีการระวังเรื่อง Diminshing Return และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เวลาใส่ input เข้าไปมาก แล้วจะได้ผลตอบน้อยลงเรื่อยๆ
Why 80% not 90%

เช่นการทำ Google Slide สมมุติทำได้ 80% จะคุ้มค่าหรือไม่ที่จะ Upgrade Skill Google Slide เป็น 90%
| Percent | Hours for Development |
| 25% → 80% | 30 |
| 80% → 90% | 30 |
แสดงว่า % ตอนที่ทำกิจกรรมตอนช่วง 25%–>80% คุ้มค่ากว่าตอนที่ทำกิจกรรม 80%–>90% ซึ่งเรียกว่า Diminishing Return
Case : Poring
- อย่างเช่นเวลาเล่นเกมเก็บ level เพื่อเลื่อน level ถัดไป
ตอนเล่นเกม Rangnarok มี level 1-100
- เล่นจาก level 1 –> level 2 จะง่ายมาก ตี poring 3 ตัว
- เล่นจาก level 2 –> level 3 จะง่ายมาก ตี poring 10 ตัว
- เล่นจาก level 3 –> level 100 ต้องตี poring เยอะมาก
- จึงแสดงว่า เวลาที่ใช้ในตี Poring จะไม่คุ้มค่าที่จะเล่นแล้ว
“Poring” เป็นตัวละครมอนสเตอร์ที่รู้จักกันดีจากเกมออนไลน์ยอดนิยม “Ragnarok Online” โดยมีลักษณะเป็นสิ่งมีชีวิตคล้ายหยดน้ำสีชมพูน่ารัก

การที่เราตี Poring จาก Level 1 – Level 100 แล้วเริ่มเบื่อ เช่นกันเดียวกับการที่เราเรียนรู้อะไรบางอย่าง จำเป็นต้องเพิ่มความยากเข้าไปด้วย
- ถ้าทุกคนเรียนแต่เรื่องเดิมๆ เรียนแต่เรื่องง่ายๆ ก็ไม่มีวันเก่งขึ้น ควรจะเรียนรู้เรื่องที่ยากขึ้น
ถ้าสมองตึงๆ แสดงว่าสมองได้เรียนรู้อะไรเยอะขึ้น
Cost vs Benefit
เช่น การเรียนรู้ New Skill 1 ชม จะคุ้มค่ากว่าเวลาที่เราใช้ไป


- Cost < Benefit : ถ้าเรียนรู้ New Skill ไปเรื่อยๆ จนกลายเป็น Skill เดิม จะไม่ทำให้เราพัฒนาเช่น การขี่จักรยาน
- Cost > Benefit : หากพิจารณาแล้วว่าเรื่องใดไม่มีประโยชน์ ไม่คุ้มค่าที่จะเรียน —> ควรหยุดและเรียนรู้เรื่องอื่นๆแทน
| Type | Definition |
| Cost < Benefit | ควรเรียนรู้ Skill ใหม่ไปเรื่อยๆ |
| Cost > Benefit | ไม่ควรทำ Skill เหล่านั้นต่อ |
Learn model 4 : Skill Stacking

Skill Stacking คือการเรียนรู้ Skill ใหม่มาได้หลาย Skill แล้วสามารถเรียกว่า Combine Skills

- 1 ชั่วโมงแรก เรียน Economics ถึงจุด Optimal ที่ไม่ควรเกิน 80% แล้วย้ายไปเรียน Skill อื่นๆ
- ใช้เวลา 1 ชม ที่เหลือ แล้วไปเรียน Data Analysis ต่อแทน
Best Learning Ad Toy : Economic → Data Analyst → Marketing → Website → WordPress → SEO → Content Writing
Combine Skill
- ถ้าอยากก้าวหน้าในชีวิตควรเรียน Skill Stacking

- ยิ่งเรารวมพลังหลาย Skill เข้าด้วยกัน จะดีกว่า มี Skill เดียว
- เช่นถ้าเล่นเกมแล้วอัพแต่ Attack Skill อย่างเดียว โดยไม่เคยอัพ Defense Skill เราสามารถโจมตีคนอื่นได้แรง แต่ก็จะถูกคนอื่นโจมตีได้ง่าย
Case Sample Book : How to be better at almost everything (2019)
- หนังสือที่สอนเรื่องนี้ได้ดี คือ How to be better at almost everything (2019)

- เช่น มนุษย์คนนึง ถ้าเล่นกล้ามได้ ยกของหนักได้ เล่นเวทได้ แต่ร่างกายไม่สามารถวิ่งไกลได้ แสดงว่า ร่างกายไม่ได้แข็งแรงทุกส่วน
- ควรจะต้องเล่น Weight ให้ครบทุกจุด ถึงจะดีกว่า และแบ่งเวลาไปออกกำลังกายด้วยวิธีอื่นดีกว่า
คนเราสามารถเพิ่มความเข้าใจในหลายๆอย่างให้กลายเป็น Generalist และคนๆนั้นจะมีองค์ความรู้พอที่จะอยู่รอดได้ในอนาคต
- Highlight ของหนังสือเล่มนี้คือ มนุษย์ทุกคนเกิดมาแล้วปรารถนาเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด
My Skill Stack

- Skill Stack ที่แอดทอยคิดว่าตัวเองทำได้ดี
- หากแอดทอยไปใช้ Skill แต่ละด้านกับคนที่เชี่ยวชาญด้านนั้นก็สู้ได้ยาก
- จึงเลือกเก่งหลาย Skill เพื่อสามารถทำได้หลากหลาย
5-6 Skill ที่สามารถช่วยให้อยู่รอดในยุคปัจจุบันได้ เช่น Reading, Writing, Economics, Marketing, Website and SEO
Learn Model 5 : Expert in Learning Generalist in Skill

- ทุกคนควรจะเป็น Expert ในด้านการเรียนรู้
How to Fail At Almost Everything and Still Win Big
สำหรับหนังสือ How to Fail at Almost Everything and Still Win Big ของ Scot Adam
- มีคนๆนึงวาดการ์ตูนที่เก่ง อีกคนเขียนหนังสือที่ดี อีกคนทำธุรกิจที่เก่ง อีกคนเล่นมุกเก่ง แต่ Scot Adam ทำ Skill เหล่านั้นได้ทั้งหมด
- ความผิดพลาดหลายครั้งอาจนำไปสู่ความสำเร็จ
ควรมีการให้คำนิยามคำว่า “งาน” ใหม่
- หากคุณสามารถทำงานด้วย Learning Model 5 ข้อ คุณจะมีโอกาสในชีวิตที่ดีขึ้น
หากสนใจสามารถรับชมคลิปเพิ่มเติมได้ที่ Link นี้
สรุปแล้วความสามารถในการนำหลักการ Learning Model ทั้ง 5 ข้อไป เรียนรู้เพิ่มเติมกับการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อปรับปรุงในการใช้ชีวิตและสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆที่อย่างถูกวิธียิ่งขึ้น เพื่อหนทางที่ดีขึ้นในอนาคต
