Tag: How To Learn

  • 5 Methods of Learning Model 101

    5 Methods of Learning Model 101

    บทความเกี่ยวกับการที่เราสามารถเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานของ Learning Model ทั้ง 5 ข้อที่ทุกคนควรจะมีเพื่อเปิดโอกาสสร้างอนาคตและมีแนวทางในการเรียนที่ดีขึ้นครับ


    Learn Model 101

    1. First Principles Thinking : The More You Learn, The More You Earn
      1. Case : Reading vs Doing
    2. First Principles : It’s not what to learn , but HOW to learn effectively
      1. Case : Business Skill
    3. Learn Model 1 : Minimum Viable Skills
      1. Case : Language
      2. Problem of Minimum Viable Skills
    4. Learning Model 2 : Don’t Stop Until You are Competent
      1. Competency Level
    5. Learning Model 3 : Beware of Diminishing Return
      1. Why 80% not 90%
      2. Case : Poring
      3. Cost vs Benefit
    6. Learn model 4 : Skill Stacking
      1. Combine Skill
      2. Case Sample Book : How to be better at almost everything (2019)
      3. My Skill Stack
    7. Learn Model 5 : Expert in Learning Generalist in Skill
      1. How to Fail At Almost Everything and Still Win Big

    First Principles Thinking : The More You Learn, The More You Earn

    The More You Learn, The More You Earn

    การที่เราจะสามารถมีวิธีการเรียนรู้ที่ดีและมีไอเดียธุรกิจได้จะเริ่มต้นที่มีความเชื่อก่อน

    • ทุกคนควรมีความเชื่อมั่นในตัวเองว่า ยิ่งทุกคนเรียนรู้มากเท่าไหร่ ทุกคนสามารถเก่งได้มากเท่านั้น
    • ทุกคนไม่จำเป็นต้องกลัว เงินเฟ้อ ถ้าทุกคนมี Skill ที่หางานที่สร้างรายได้มากกว่า เงินเฟ้อ

    มี Inflation 3% ต่อปีแต่หากมี Skill ที่หางานได้เงิน 20% ต่อปีก็สามารถอยู่รอดได้


    Case : Reading vs Doing

    Reading vs Doing
    Slower ActionFaster Action
    ListeningReading
    WatchingDoing
    • ควรเปลี่ยนจากการฟัง –> การอ่านหนังสือ
    • ควรเปลี่ยนจากการดู –> การลงมือทำ

    ควรลองนำความรู้ที่ได้จากอ่านหรือฟัง podcast นำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตจริงด้วย จะทำให้เราสามารถเก่งขึ้นได้


    First Principles : It’s not what to learn , but HOW to learn effectively

    It’s not what to learn , but HOW to learn effectively
    • กระบวนการเรียนรู้ของคนเราอาจสำคัญกว่าวิชาที่เราเรียนมา
    • เช่น ถ้าให้ทุกคนไปเรียน Marketing แต่คนที่รู้จักพลิกแพลงความรู้จะทำได้ดีกว่า ปัญหาอยู่ที่การเรียนวิชานั้นๆ ไม่รู้วิธีที่เรียนรู้แล้วเข้าใจอย่างแท้จริง

    Best skill : Learning How to Learn คือเรียนยังไงให้มีประสิทธิภาพ


    Case : Business Skill

    1. ในการสร้างธุรกิจต้องมีงานหลายส่วนประกอบด้วย – Marketing, Finance, HR, Sale and IT เรียกว่าการ Combine Skill สำหรับสร้าง Brand หนึ่งขึ้นมา
    2. One Person Business สร้างธุรกิจของตัวเองได้

    การที่เราจะสามารถเรียนรู้อะไรได้มีประสิทธิภาพดีขึ้น จำเป็นต้อง Learning Model ที่ดีในการเรียนรู้ 5 วิธี

    Learn Model 1 : Minimum Viable Skills

    Mental Model ที่ใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆเรียกว่า Minimum Viable Skills

    Minimum Viable Skills

    Minimum Viable Skills หมายถึงทักษะพื้นฐานที่ต้องมีเพื่อให้สามารถทำงานหรือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้


    Case : Language

    เพียงแค่รู้ศัพท์ภาษาอังกฤษเบื้องต้น 500-1000 คำ ก็สามารถพูดภาษาอังกฤษได้แล้ว เช่น Table , Desk , Water

    1,000 Common Words

    เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ program เช่น Spreadsheet, SQL, R, Python แค่พื้นฐานก็สามารถทำงานเป็น Junior Data Analyst

    เช่น เรียน Program R Tidyverse ก็สามารถทำงานได้


    Problem of Minimum Viable Skills

    การเรียนรู้แบบขั้นต่ำสามารถเอาตัวรอดได้ แต่ไม่สามารถพัฒนาขึ้นเป็นลำดับต้นๆได้ จึงต้องรู้จักขั้น Competency Level เพื่อเอาตัวรอด

    • สามารถสื่อสารและพูดคุยภาษาอังกฤษ
    • สามารถทำรายงานภาษาอังกฤษส่งอาจารย์ได้จนจบ
    • ขอแค่เรียนถึง 80% ก็เพียงพอแล้ว

    ต้องยกระดับการเรียนรู้จาก 25% เป็น 80% ให้ได้ เพื่อให้อยู่ในระดับ Competency Level

    จึงต้องไปเรียนรู้และรู้จัก Learning Model ข้อ 2


    Learning Model 2 : Don’t Stop Until You are Competent

    Don’t Stop Until You are Competent

    Don’t Stop Until You are Competent อย่าหยุด จนกว่าคุณจะเชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่ง


    Competency Level

    Competency Level คือความสามารถหรือความเชี่ยวชาญของบุคคลในการทำงานอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง

    Competency Level

    ตามกฎ Pareto Rule คือ ใช้เวลาทำอะไรบางอย่าง 20% แต่ได้ผลลัพธ์กลับมา 80%

    • เช่นการเรียนรู้ 20% แต่สามารถทำความรู้เรียนรู้มาทำงานได้ 80%
    • กิจกรรมตอนช่วง 25%-80% คุ้มค่ากว่าตอนที่ทำกิจกรรม 80%-90% ซึ่งเรียกว่า Diminishing Return

    ถ้ากิจกรรมที่ทำอยู่ 80%-90% ควรระวังเรื่อง Diminishing Return จึงเป็นที่มาของ Learning Skill ข้อที่ 3


    Learning Model 3 : Beware of Diminishing Return

    Beware of Diminishing Return

    Beware of Diminishing Return ต้องมีการระวังเรื่อง Diminshing Return และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เวลาใส่ input เข้าไปมาก แล้วจะได้ผลตอบน้อยลงเรื่อยๆ


    Why 80% not 90%

    80% vs 90%

    เช่นการทำ Google Slide สมมุติทำได้ 80% จะคุ้มค่าหรือไม่ที่จะ Upgrade Skill Google Slide เป็น 90%

    PercentHours for Development
    25% → 80%30
    80% → 90%30

    แสดงว่า % ตอนที่ทำกิจกรรมตอนช่วง 25%–>80% คุ้มค่ากว่าตอนที่ทำกิจกรรม 80%–>90% ซึ่งเรียกว่า Diminishing Return


    Case : Poring

    • อย่างเช่นเวลาเล่นเกมเก็บ level เพื่อเลื่อน level ถัดไป

    ตอนเล่นเกม Rangnarok มี level 1-100

    1. เล่นจาก level 1 –> level 2 จะง่ายมาก ตี poring 3 ตัว
    2. เล่นจาก level 2 –> level 3 จะง่ายมาก ตี poring 10 ตัว
    3. เล่นจาก level 3 –> level 100 ต้องตี poring เยอะมาก
    • จึงแสดงว่า เวลาที่ใช้ในตี Poring จะไม่คุ้มค่าที่จะเล่นแล้ว

    Poring” เป็นตัวละครมอนสเตอร์ที่รู้จักกันดีจากเกมออนไลน์ยอดนิยม “Ragnarok Online” โดยมีลักษณะเป็นสิ่งมีชีวิตคล้ายหยดน้ำสีชมพูน่ารัก

    Poring

    การที่เราตี Poring จาก Level 1 – Level 100 แล้วเริ่มเบื่อ เช่นกันเดียวกับการที่เราเรียนรู้อะไรบางอย่าง จำเป็นต้องเพิ่มความยากเข้าไปด้วย

    • ถ้าทุกคนเรียนแต่เรื่องเดิมๆ เรียนแต่เรื่องง่ายๆ ก็ไม่มีวันเก่งขึ้น ควรจะเรียนรู้เรื่องที่ยากขึ้น

    ถ้าสมองตึงๆ แสดงว่าสมองได้เรียนรู้อะไรเยอะขึ้น


    Cost vs Benefit

    เช่น การเรียนรู้ New Skill 1 ชม จะคุ้มค่ากว่าเวลาที่เราใช้ไป

    1. Cost < Benefit : ถ้าเรียนรู้ New Skill ไปเรื่อยๆ จนกลายเป็น Skill เดิม จะไม่ทำให้เราพัฒนาเช่น การขี่จักรยาน
    2. Cost > Benefit : หากพิจารณาแล้วว่าเรื่องใดไม่มีประโยชน์ ไม่คุ้มค่าที่จะเรียน —> ควรหยุดและเรียนรู้เรื่องอื่นๆแทน
    TypeDefinition
    Cost < Benefitควรเรียนรู้ Skill ใหม่ไปเรื่อยๆ
    Cost > Benefitไม่ควรทำ Skill เหล่านั้นต่อ

    Learn model 4 : Skill Stacking

    Skill Stacking

    Skill Stacking คือการเรียนรู้ Skill ใหม่มาได้หลาย Skill แล้วสามารถเรียกว่า Combine Skills

    Economics vs Data Analysis
    • 1 ชั่วโมงแรก เรียน Economics ถึงจุด Optimal ที่ไม่ควรเกิน 80% แล้วย้ายไปเรียน Skill อื่นๆ
    • ใช้เวลา 1 ชม ที่เหลือ แล้วไปเรียน Data Analysis ต่อแทน

    Best Learning Ad Toy : EconomicData AnalystMarketingWebsite WordPressSEOContent Writing


    Combine Skill

    • ถ้าอยากก้าวหน้าในชีวิตควรเรียน Skill Stacking
    Combine Skill
    • ยิ่งเรารวมพลังหลาย Skill เข้าด้วยกัน จะดีกว่า มี Skill เดียว
    • เช่นถ้าเล่นเกมแล้วอัพแต่ Attack Skill อย่างเดียว โดยไม่เคยอัพ Defense Skill เราสามารถโจมตีคนอื่นได้แรง แต่ก็จะถูกคนอื่นโจมตีได้ง่าย

    Case Sample Book : How to be better at almost everything (2019)

    Pat Flynn
    • เช่น มนุษย์คนนึง ถ้าเล่นกล้ามได้ ยกของหนักได้ เล่นเวทได้ แต่ร่างกายไม่สามารถวิ่งไกลได้ แสดงว่า ร่างกายไม่ได้แข็งแรงทุกส่วน
    • ควรจะต้องเล่น Weight ให้ครบทุกจุด ถึงจะดีกว่า และแบ่งเวลาไปออกกำลังกายด้วยวิธีอื่นดีกว่า

    คนเราสามารถเพิ่มความเข้าใจในหลายๆอย่างให้กลายเป็น Generalist และคนๆนั้นจะมีองค์ความรู้พอที่จะอยู่รอดได้ในอนาคต

    • Highlight ของหนังสือเล่มนี้คือ มนุษย์ทุกคนเกิดมาแล้วปรารถนาเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด

    My Skill Stack

    My Skill Stack
    1. Skill Stack ที่แอดทอยคิดว่าตัวเองทำได้ดี
    2. หากแอดทอยไปใช้ Skill แต่ละด้านกับคนที่เชี่ยวชาญด้านนั้นก็สู้ได้ยาก
    3. จึงเลือกเก่งหลาย Skill เพื่อสามารถทำได้หลากหลาย

    5-6 Skill ที่สามารถช่วยให้อยู่รอดในยุคปัจจุบันได้ เช่น Reading, Writing, Economics, Marketing, Website and SEO


    Learn Model 5 : Expert in Learning Generalist in Skill

    Expert in Learning Generalist in Skill
    • ทุกคนควรจะเป็น Expert ในด้านการเรียนรู้

    How to Fail At Almost Everything and Still Win Big

    สำหรับหนังสือ How to Fail at Almost Everything and Still Win Big ของ Scot Adam

    • มีคนๆนึงวาดการ์ตูนที่เก่ง อีกคนเขียนหนังสือที่ดี อีกคนทำธุรกิจที่เก่ง อีกคนเล่นมุกเก่ง แต่ Scot Adam ทำ Skill เหล่านั้นได้ทั้งหมด
    • ความผิดพลาดหลายครั้งอาจนำไปสู่ความสำเร็จ

    ควรมีการให้คำนิยามคำว่า “งาน” ใหม่

    • หากคุณสามารถทำงานด้วย Learning Model 5 ข้อ คุณจะมีโอกาสในชีวิตที่ดีขึ้น

    หากสนใจสามารถรับชมคลิปเพิ่มเติมได้ที่ Link นี้

    สรุปแล้วความสามารถในการนำหลักการ Learning Model ทั้ง 5 ข้อไป เรียนรู้เพิ่มเติมกับการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อปรับปรุงในการใช้ชีวิตและสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆที่อย่างถูกวิธียิ่งขึ้น เพื่อหนทางที่ดีขึ้นในอนาคต