Tag: Economic

  • 15 Ideas From Economic Thinking 101

    15 Ideas From Economic Thinking 101

    หากต้องการเข้าใจความจริงของการคิดแบบเศรษฐศาสตร์มากขึ้น โดยที่จริงๆแล้ววิชาเศรษฐศาสตร์นั้นเกี่ยวกับข้องกับเศรษฐกิจ แต่ไม่ใช่วิชาเกี่ยวกับเศรษฐกิจอย่างเดียว หัวใจสำคัญของวิชาเศรษฐศาสตร์คือทำความเข้าใจกระบวนการตัดสินใจของมนุษย์ โดยพยายามรู้จักใช้ Attention กับกิจกกรมที่เหมาะสมกับตัวเองและผู้อื่นครับ


    Economic Thinking

    1. Model 1 : Scarcity
      1. Unlimited Want vs Limited Resource
      2. Case 1 : Luxury Brand Use Scarcity
      3. Sense of Urgency
      4. The Difference of Need, Want and Demand
    2. Model 2 : Opportunity Cost
      1. Case 1 : Watch Live of Economic Thinking Class
      2. Case 2 : Study Abroad
      3. Case 3 : Construction
    3. Model 3 : Production Possibility Frontier
      1. Resource
      2. Opportunity Cost is Everywhere
      3. Capital
    4. Model 4 : Specialization
      1. Case 1 : Pile casting
      2. Case 2 : Trade rice vs Technology computer
    5. Model 5 : Rationality
      1. Assumptions about Economic Decisions
      2. Case 1 : The Prospect Theory
      3. Value Function
    6. Model 6 : Marginal Analysis
      1. Case 1 : Hot Coffee vs Ice Cola
      2. Case 2 : Utility
      3. Case 3 : Cost > Utility of Hot Coffee, Ice Cola
      4. Case 4 : Water vs Diamond
    7. Model 7 : Demand vs. Supply
      1. Demand Graph
      2. Supply Graph
      3. Equilibrium
    8. Model 8 : Elasticity & Total Revenue
      1. Elasticity
      2. Total Revenue
      3. Elastic vs Inelastic
      4. Case 1 : Iphone
    9. Model 9 : Short vs. Long Run Thinking
      1. Case 1 : DTAC AIS TRUE
      2. Case 2 : Price War
    10. Model 10 : Free Lunch
      1. Case 1 : Live ad toy
    11. Model 11 : The Attention Economy
      1. Case 1 : A Wealth of information
      2. Case 2 : Attention From Social Media
      3. Case 3 : Facebook
      4. Case 4 : The Attention Economy
    12. Model 12 : Game Theory
      1. Element of the game
      2. The Prisoner’s Dilemma
      3. Nash Equilibrium
    13. Model 13 : GDP
      1. GDP vs GNP
      2. Process of GDP
      3. Real GDP
    14. Model 14 : Purchasing Power Parity
      1. Case Buy Online Course
    15. Micro vs Macro

    Model 1 : Scarcity

    Model 1 : Scarcity

    Scarcity คือ ความเป็นจริงพื้นฐานที่มนุษย์คนนึงตัดสินใจต่อเมื่อทรัพยากรมีจำกัด

    ต้องพยายามจัดสรรค์ทรัพยากรให้เรามีความสุข ครอบครัวมีความสุข


    Unlimited Want vs Limited Resource

    ทรัพยากรมนุษย์มีจำกัด → แต่ความต้องการมนุษย์มีไม่จำกัด

    Unlimited Want vs Limited Resource
    • ความสุขของมนุษย์จะเกิดขึ้น เมื่อเรารู้จักพอ
    • มหาเศรษฐีหากมีเงินเพิ่ม 1 ล้านแล้ว จะมีความสุขผลปรากฎว่า มีความสุขเท่าเดิม
    • เงินพอถึงจุดนึงไปแล้ว เมื่อมีเงินเหลือใช้แล้ว อาจจะไม่สำคัญเท่าเดิมแล้วก็ได้

    Case 1 : Luxury Brand Use Scarcity

    1. ปัจจุบัน หลาย Brand เพิ่มราคาของใช้เพื่อให้ของใช้มีราคาสูง
    2. Brand จะจำกัดสินค้าเหล่านั้น เพื่อเพิ่มราคา เช่น ถ้าไม่ซื้อ Brand ใดๆ ตอนนี้ ราคาที่ถูกจะหายไป
    Software Ending Soon
    1. เช่น Software Version นี้ ราคาถูกจำกัดแค่ 67 USD ตอนนี้ จะหายไปเลย
    2. ถ้าซื้อ Software ใช้ได้เฉพาะปีนี้ หลังจากปีนี้อาจจะไม่ Update Version นี้จริงๆ
    3. เป็นวิธีการหลอกคนสำหรับการใช้ Live Time Due เลย

    Sense of Urgency

    Sense of Urgency

    Scarcity จะต้องเกี่ยวข้องกับ Urgent ด้วยว่าต้องสั่งภายในช่วงเวลาใดๆ เท่านั้น ถึงจะได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษ รับประกันอะไรเพิ่ม เพื่อให้คนรู้สึกว่าขาดไม่ได้แล้ว ต้องซื้อเดี๋ยวนั้น

    • บางที Sense of Urgency ไม่ใช่เรื่องจริงด้วยซ้ำ หลอกเพื่อให้คนสนใจในสินค้าหรือบริการนั้นๆ
    • บางคอร์สเรียนใน Social Media ลดราคายับ เช่นซื้อ 1 ปี 4,000 บาท ซื้อ 2 ปี 4,500 บาท แล้วบอกเหลือแค่ 10 ที่นั่ง พอเปิดมาอีก 2 อาทิตย์เจอ โฆษณาตัวเดิม

    โฆษณาไม่ได้มีจำกัดจริง หลายๆ Brand มักปล่อยโฆษณาออกมาเรื่อยๆ


    The Difference of Need, Want and Demand

    Need vs Want vs Demand
    TypeDefinitionSample
    Needความต้องการขั้นพื้นฐานของคนปัจจัย 4
    Wantความต้องการที่ถูกปรุงแต่งด้วยวัฒนธรรม สังคมพิซซ่า, ขาหมู
    Demandwant ที่มี back up ด้วย moneyการซื้อพิซซ่าหน้าซีฟู้ด

    Want สำหรับการกินของคนแต่ละประเทศ

    TypeFood
    ThaiTom Yum Kung
    ChinaNoodle
    USAKFC Burger

    นักการตลาด Focus ที่ Want and Demand > Need เราไม่อยากขายของที่ทุกคนจำเป็นต้องใช้ แต่อยากขายของที่ทุกคนอยากใช้


    Model 2 : Opportunity Cost

    Opportunity Cost

    Opportunity Cost เรียกว่า ค่าเสียโอกาส

    Opportunity Cost Definition
    • มูลค่าของทางเลือกที่เราบางอย่างไม่ได้ทำ
    • เวลาที่เลือกทำอะไรซักอย่างนึง แล้วต้องเลือกทิ้งทางเลือกที่ดีที่สุด ทางเลือกที่ดีที่สุดที่ถูกทิ้งเรียกว่า Opportunity Cost

    Case 1 : Watch Live of Economic Thinking Class

    เช่น ถ้าทุกคนเลือกเข้า live Day 02 – Mini Bootcamp Economic Thinking Class

    • ต้นทุน คือ เวลาที่มาเข้าฟัง 1 ชมครึ่ง
    • ถ้าทุกคนไม่ได้มาเข้า live แอดทอย แล้วทุกคนจะทำอะไร ? สิ่งที่ทุกคนกำลังจะทำแทนที่จะเข้า live คือ Opportunity Cost

    Case 2 : Study Abroad

    อย่างเช่น ในการ Weight เงื่อนไขการเรียนต่อ เมืองนอก มีเงื่อนไขดังนี้

    Benefits vs Direct Cost vs Opportunity Cost
    Cost TypeDefinition
    Benefitsผลประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนต่อ
    Direct Costค่าใช้จ่ายโดยตรงสำหรับเรียนต่อ
    Opportunity Costค่าเสียโอกาสทางอ้อมจากการเรียนต่อ

    ต้องแยกระหว่าง 2 อย่างนี้ให้ได้ว่า Benefits and Cost อะไรคุ้มกว่ากัน


    Case 3 : Construction

    Construction
    • เช่น เวลาสร้างตึก จะมีแค่ใช้จ่ายอะไรอีกบ้างที่คนอื่นๆ มองไม่เห็น ผลกระทบ

    ผลกระทบต่อบ้านข้างๆ คือต้นทุนที่เกิดขึ้นมาจากการอยู่ Side ด้านข้างการก่อสร้าง

    TypeDefinition
    Positiveมาลงทำถนนใหม่ให้ดีขึ้น มีรถไฟฟ้า
    Negativeมีฝุ่น มีควัน ใกล้บ้าน

    Model 3 : Production Possibility Frontier

    Production Possibility Frontier

    Production Possibility Frontier (PPF) หรือ “เส้นขอบเขตความเป็นไปได้ในการผลิต” คือ เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ที่แสดงให้เห็นถึง การผลิตสูงสุดที่เป็นไปได้, การแลกเปลี่ยน (Trade-off) และ ประสิทธิภาพการผลิต

    Banana vs Apple

    จุดบนเส้น PPF แสดงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่จุดที่อยู่ภายในเส้นแสดงถึงการใช้ทรัพยากรที่ไม่เต็มประสิทธิภาพ และจุดที่อยู่นอกเส้นแสดงถึงจุดที่ไม่สามารถผลิตได้ด้วยทรัพยากรและเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบัน

    ทุกจุดที่อยู่บนเส้น PPF คือจุดที่ผลิตตรงจุดไหนก็ได้เลย เป็นจุดรวมที่สามารถผลิต Banana + Apple ได้


    Resource

    Base on ทรัพยากรที่เรามีอยู่

    PPF Graph
    Type of PPFDefinition
    Aเส้นที่แสดงการใช้ทรัพยากรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
    Bเส้นที่แสดงการใช้ทรัพยากรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
    Cเส้นที่ผลิตสินค้าได้ แต่ยังเหลือทรัพยากร
    Dเป็นไปไม่ได้ เพราะใช้ทรัพยากรเกินกำหนด

    มนุษย์สามารถยก PPF ขึ้นไปด้านขวาได้หากเราเก่งขึ้น


    Opportunity Cost is Everywhere

    Opportunity Cost is Everywhere
    Type of goodQuantity AQuantity B
    Banana10020
    Apple0100

    เพราะทรัพยากรที่ใช้ในการปลูก Apple และ Banana มีการจำกัด เพราะต้องมีการ Trade off พื้นที่ในการปลูก

    • นักเศรษฐศาสตร์เลยบอกว่า เป้าหมายในเศรษฐศาสตร์ทำให้ประเทศไทยผลิตสินค้าได้เยอะมากกว่านี้ดังรูป ต้องมี Capital เพิ่มขึ้น
    Add Capital

    Capital

    • เราอยากจะขยาย PPF ให้สูงขึ้นได้ จำเป็นต้องมี Capital มากขึ้นมี 5 ประเภท ดังนี้
    Type of CapitalDefinition
    Natural Resourceที่ดิน น้ำ น้ำมัน ป่าไม้
    Physicalอาคาร เครื่องจักร เครื่องมือ
    Humanการศึกษา ความเป็นอยู่ที่ดี
    Financialหุ้น ทอง เงินสด
    Technologicalทรัพย์สินทางปัญญา องค์ความรู้

    ประเทศถ้าจะมีโอกาสเจริญได้ ต้องมี Capital ก่อน ถึงจะเจริญเติบโตได้ Economic Growth


    Model 4 : Specialization

    Specialization

    Specialization คือการที่คนเราเก่งด้านใดด้านนึง ก็ควรจะ focus ด้านนั้นเยอะๆ


    Case 1 : Pile casting

    • เช่น โรงงานผลิตเข็ม Step 1-3 ถ้าต้องทำหลายอย่างเกินไป จะทำให้คนสร้างเข็มคนนึงได้ไม่เยอะมาก

    วิธีการแก้ เราแบ่งพนักงานเป็น 3 หน่วยงาน

    1. หล่อ เข็ม
    2. ทำเข็มให้ดูดี
    3. ปรับเข็มให้สมบูรณ์มากขึ้น

    เพื่อให้พนักงานเหล่านั้นทำงานที่ถนัดอย่างเดียวเลย

    • เหมือนพนักงานบริษัท ที่ทำเฉพาะด้านที่ตัวเองถนัด ใช้ Concept ที่ Adam Smith คิดไวเรียกว่า Specialization (Division of Labor)

    Case 2 : Trade rice vs Technology computer

    Com vs Rice
    • เช่น การแลกเปลี่ยนระหว่าง Computer กับ Rice ไม่แฟร์เพราะว่า ราคาไม่เท่ากัน
    • โดยที่ช่วงหลัง ราคา Computer ราคาขึ้นเร็วกว่า ราคา Rice จึงทำไม่คุ้มที่จะแลกเปลี่ยน

    ประเทศแต่ละประเทศควรพึ่งพาตนเองด้วยเอง หากโดนตัดการแลกเปลี่ยนแล้วจะไม่แลกสินค้าที่ตัวเองไม่สามารถสร้างได้


    Model 5 : Rationality

    Rationality

    Rationality คือ ความคิดแบบที่มีเหตุมีผล

    1. Core Skill สำหรับวิชาเศรษฐศาสตร์เลย ถ้าเกิดมนุษย์ไม่ได้ประพฤติตัวโดยใช้หลักการแบบเหตุและผลในการคิด วิธีการคิดแบบเศรษฐศาสตร์จะไม่สามารถอยู่ได้เลย
    2. ถ้าทางธนาคารขึ้นอัตราดอกเบี้ยเช่นจาก 1% เป็น 5% แล้ว คนในประเทศจะเงินมาฝากเยอะขึ้น

    Assumptions about Economic Decisions

    • จริงๆแล้ว มนุษย์เราตัดสินใจแบบมีเหตุ มีผล
    • คนเรามีกระตุ้นจากตัวเอง เช่น หากทำธุรกิจก็ต้องการกำไร
    • มีประโยชน์สูงสุด โดยการสร้างความสุขเพิ่มขึ้นสูงสุด
    • มนุษย์ทุกคนมีแรงจูงใจให้ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

    Case 1 : The Prospect Theory

    The Prospect Theory
    • The Prospect Theory ผสมวิชาเศรษฐศาสตร์และจิตวิทยา

    Mini Quiz CASINO

    สำหรับเกณฑ์การให้คะแนนมี 2 ทาง

    กรณีได้เงิน 2 แบบ กรณีเสียเงิน 2 แบบ

    • Scenerio 1 คนจะเลือก Option A มากกว่าเพราะได้เงิน +500 ชัวๆ ในทางเศรษฐศาสตร์

    มนุษย์ไม่ค่อยชอบความเสี่ยงที่ไม่แน่นอน

    • Scenerio 2 คนละเลือก Option B มากกว่า เนื่องจาก ขอเสี่ยงเผื่อไม่เสียเงินได้บ้าง

    สิ่งที่อาจารย์ Kahneman ค้นพบคือ

    1. คนชอบอะไรที่ได้แน่นอน
    2. ถ้าต้องเสียอะไรสักอย่างคนมักจะไม่อยากเสีย แล้วพร้อมจะเสี่ยงเพื่อที่จะไม่เสีย

    Risk
    • คนอาจไม่ตัดสินใจแบบมีเหตุ มีผล ตลอดเวลา หากเจอความเสี่ยงและความไม่แน่นอนในการตัดสิน
    • คนส่วนใหญ่จะ Sensitive กับการเสียมากกว่าการได้

    Value Function

    Value Function
    • หากได้เงิน 100 เหรียญแล้วจะมีความพึงพอใจ
    • หากเสียเงิน 100 เหรียญเราจะมีความเสียใจเยอะมาก

    เช่น ถ้าเกิดกรณีถูก lottery 5 ล้าน เรา happy แล้วเพื่อนโทรมาบอกว่าบ้านโดนโจรขโมยเสีย 5 ล้าน เราเสียใจ ควรจะรู้สึกเท่าทุน

    นักการตลาดนำมาประยุกต์ใช้ดังนี้

    The Tactics
    • คนไม่ชอบเสียให้พูดข้อดี เช่น ให้ใช้ 90% Fat-Free แทน 10% Fat เพื่อให้คนรู้สึกดีกว่า (Inversion)
    • ถ้าซื้อสินค้านี้แล้ว จะเป็นประโยชน์ที่ไม่ควรเสียโอกาสในการต่อ Save Money ในอนาคต จะดีกว่า การบอกว่า Save money with our products.

    คนมักชอบ Free Trial ได้ทดลองสินค้าก่อนที่จะซื้อสินค้า


    Model 6 : Marginal Analysis

    Marginal Analysis
    • ณ ช่วงเวลาที่กำลังจะเลือกกินเครื่องดื่ม ณ บริบทนึง เครื่องดื่มถัดไปที่เราเลือกกิน จะให้ความพึงพอใจกลับมามากกว่ากัน เราก็จะเลือกกินเครื่องดื่มนั้นเลย
    • หลังจากดูไลฟ์ 4 ทุ่มครึ่ง ทุกคนจะทำอะไรต่อ เล่น Tik-tok ดู Netflix หรืออ่าน Content ใน Youtube

    อ่านหนังสือที่ชอบ หรือ นอน โดยกิจกรรมไหนที่ Return Value ให้เรามากสุด เลือกกิจกรรมนั้นๆ


    Case 1 : Hot Coffee vs Ice Cola

    Case Hot Coffee vs Ice Cola

    เช่น ถ้าไปเดินภูเขาที่ Switzerland แล้วอากาศหนาว -5 องศา

    แล้วเดินเข้าไปในร้านอาหารบนภูเขาแล้วดูเมนูน้ำมีอยู่ 2 เมนู Hot-Coffee หรือ Ice-Cola

    การตัดสินใจเลือกว่าอยากกิน เครื่องดื่มร้อน หรือเย็น ขึ้นอยู่กับ Context หรือบริบทตอนนั้น

    1. ต้องรู้ว่า คนๆนั้นอยู่ที่ไหน เกิดสถานการณ์อะไรอยู่
    2. คนมักเลือก Hot-Coffee มากกว่า

    Case 2 : Utility

    Utility คือการได้ประโยชน์จากกระทำในรูปแบบหนึ่ง

    • ราคา 3 เหรียญเท่ากัน แต่สิ่งที่วัดได้ออกมา ต่างกันเช่น ได้กิน Hot Coffee ในสถานการณ์เดินบนภูเขา อาจมีประโยชน์ 50 ซึ่งมากกว่าการกิน Ice Cola ซึ่งได้ประโยชน์ 30

    หากกินเยอะไปและเร็วไปแล้วกาแฟลวกปากได้ อาจจะทำให้ค่า Utility เหลือ -50 ได้


    Case 3 : Cost > Utility of Hot Coffee, Ice Cola

    Cost > Utility of Hot Coffee, Ice Cola

    จ่ายเงิน 3 เหรียญแล้วสินค้าที่ได้ มีความคุ้มค่าน้อยกว่า ราคาที่เราจ่ายไป ต้องหาทางเลือกใหม่

    Next Best Option : อาจจะดูเมนูใหม่ หรือ ไปกินน้ำเปล่าที่ตู้ หรือ ไม่กินเลย

    • แต่ราคาของจริงไม่เท่ากัน ดังนั้น การตัดสินใจของระหว่าง กาแฟ และ โค้ก จะยากขึ้นกว่าเดิม

    Case 4 : Water vs Diamond

    • Water ถ้าอยู่ในบริบทที่เราอยู่ในทะเลทรายจะมีแค่มากกว่า Diamond เพราะถ้าหากไม่ได้กิน Water จะตายก่อน
    • Diamond ถ้าอยู่ในบริบทปัจจุบัน จะมีราคามากกว่า Water แล้วสามารถซื้อ Water ได้ปริมาณมาก

    Next Best Option : Value is Relative ไม่สามารถวัด Value ได้จริงๆ วัดได้จากบริบทในช่วงนั้นๆ

    • เพชร มีค่าเพราะนักการตลาดไปให้ค่า จนเพชรมีมูลค่าสำหรับสังคมโลก

    Model 7 : Demand vs. Supply

    Demand vs. Supply
    TypeDefinition
    Demandความต้องการซื้อ
    Supplyความต้องการขาย

    Demand Graph

    Demand Graph
    • ถ้า สินค้า ราคาแพง คนไม่ค่อยอยากซื้อเท่าไร

    เส้น Demand จะ Represent ทางฝั่งผู้ซื้อ และมี Slope เป็นลบ สำหรับสินค้าทั่วไป

    PriceQuantity Demand
    HighLow
    LowHigh

    Supply Graph

    Supply Graph
    • ราคายิ่งสูง คนก็ยิ่งอยากขายสินค้ามากขึ้น
    PriceQuantity Supplied
    HighHigh
    LowLow

    เช่น สินค้าราคาเพิ่มจาก 100 เป็น 500 คนก็อยากผลิตสินค้าเพื่อออกมาขายเยอะขึ้น


    Equilibrium

    Equilibrium

    Equilibrium คือ Demand = Supply เป็นจุดที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงราคากันได้

    • เช่นตกลงราคายอมซื้อสินค้าชนิดหนึ่ง 600 เหรียญ ในปริมาณ 8 ตัว

    Model 8 : Elasticity & Total Revenue

    Elasticity & Total Revenue

    Elasticity

    Elasticity คือ การวัดการเปลี่ยนแปลงของตัวแปรหนึ่งเมื่อตัวแปรอื่นเปลี่ยนแปลงไป

    • ถ้าเราเปลี่ยนราคาซื้อ/ขาย 1 บาท ปริมาณซื้อขายจะเปลี่ยนแปลงเท่าไร

    Total Revenue

    Total Revenue

    Total Revenue = Price * Quality

    รายได้รวม = ราคาขายต่อหน่วย x จำนวนหน่วยที่ขาย

    • จากรูป ถ้าอยากสร้างรายได้เพิ่ม ควรเพิ่มหรือลดราคา
    Increase Total Revenue
    • ควรลดราคาจากจุด p1 ไปจุด p2 แล้วจะสร้าง Total Revenue เพิ่มขึ้นได้โดยการลดราคาและเพิ่มปริมาณการผลิต
    decrease price from p1 to p2

    โดยที่ Addition Revenue ตรงระหว่าง Q1 และ Q2 มากกว่าตรงจุดสี่เหลี่ยมสีแดง P1 และ P2

    Addition Revenue
    • ถ้าพื้นที่สีเขียวมากกว่าพื้นที่สีแดง จะแสดงว่า รายได้เพิ่ม

    Elastic vs Inelastic

    Elastic vs Inelastic
    ElasticPrice
    HighDiscount Price
    LowAdd Price

    Case 1 : Iphone

    Case Iphone 16e

    Iphone 16e จัดเป็นสินค้าประเภท Elastic ต่ำถึงเพิ่มราคาแล้ว คนก็ยังซื้ออยู่ดี

    ElasticPriceIphone
    HighDiscount Priceคนก็ซื้ออยู่ดี เพราะเคยชินกับ Brand
    LowAdd Priceจะกำไรเยอะขึ้น เพราะคนจะแห่ไปซื้อ Iphone เยอะขึ้น

    Model 9 : Short vs. Long Run Thinking

    Short vs. Long Run Thinking
    • วิชา เศรษฐศาสตร์เริ่มยากด้วย 2 เหตุผล
    1. การตัดสินใจของมนุษย์เป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก
    2. ต้องใช้ Second Order thinking โดยคิดแบบระยะยาวมากขึ้น
    • โดยการดูว่า การตัดสินใจในระยะสั้น จะส่งผลในระยะยาวยังไงบ้าง

    Case 1 : DTAC AIS TRUE

    DTAC AIS TRUE

    DTAC AIS TRUE ในตลาด Oligopoly จะไม่สู้การขายด้วยราคา จะสู้กันด้วยเรื่องอื่นๆ

    • เช่น ถ้า Dtac ลดราคา Internet จาก 900 บาทต่อเหลือ 500 บาทต่อเดือน
    • ทำให้ให้ AIS กับ TRUE ปรับราคาไปเท่ากับ Dtac เพื่อให้ราคาสมดุล

    จะสนใจเรื่อง Quality ของสัญญาณมากกว่า, เบอร์โทร AIS TRUE สามารถแลกตั๋วหนังหรือสินค้าอย่างอื่นได้


    Case 2 : Price War

    Price War
    TypeResult
    Short Runมียอดขายในระยะสั้น
    Long Runการแข่งขันจะเหมือนเดิม ทุกรายจะรายได้ลดเพราะแข่งกันลดราคามากเกินไป

    Model 10 : Free Lunch

    No Free Lunch

    ข้าวเที่ยงไม่ได้กินฟรี แปลว่าทุกอย่างในโลกนี้ จะมีราคาและผลลัพธ์ที่ตามมาและต้องจ่ายหมด


    Case 1 : Live ad toy

    • เช่น เข้าเรียน live วันนี้มีราคาต้องจ่ายด้วย Attention, Time and Internet

    Model 11 : The Attention Economy

    • ปัจจุบัน เราอยู่ในยุคที่เรียกว่า Attention Economy
    The Attention Economy

    ไม่ใช่ Oil, Data, AI ที่มีมูลค่าแพง แต่เป็น Attention ที่เป็น Community ที่ราคาแพงที่สุดในโลก


    Case 1 : A Wealth of information

    1. ตอนนี้ข้อมูลเยอะเกินไป แล้ว Attention แย่ลงเพราะไม่รู้ว่าควรจะ Focus Attention ไปที่ จุด Focus ไหนถึงจะดี
    2. โดยที่ที่เราไปหาข้อมูลกลับกลายเป็นที่ดึง Attention ของเราไป
    3. ไม่รู้ว่า จะมานั่งฟัง live วันนี้ดี, อ่านหนังสือดี, หรือเล่น Social Media ดี

    Case 2 : Attention From Social Media

    Attention From Social Media
    • สิ่งที่นึกถึงที่ๆดึงดูด Attention เราไปมากที่สุด คือ Facebook, Tiktok

    Youtube กำลังช่วยให้เราสามารถหาข้อมูลต่างๆเพิ่มเติมจาก platform ได้ และดึงเวลาไปจากเราด้วย ดังนั้น

    Attention ที่กำลังขาดแคลน เป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดบนโลก ยิ่งทำให้คนอยู่ใน Platform ได้นานเท่าไรก็ยิ่งหาเงินได้มากเท่านั้น


    Case 3 : Facebook

    Cost Per Mile on Facebook

    Cost Per Mile หมายถึงต้นทุนต่อการแสดงผลโฆษณา 1,000 ครั้งบน Facebook

    YearCPM
    2018$5.75
    2021$10.00
    • ผ่านไป 3 ปี facebook สามารถเก็บเงินได้จาก $5.75 เป็น $10.00 คิดเป็น 73.91%
    • แล้วมีแนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อยๆ
    • โดยปัจจุบันปี 2024 ราคาสูงถึง $13.57

    facebook พยายามอยากให้คนอยู่ใน platform จึงพยายามแสดงเพจ Entertain มากกว่า เพจ Education เพราะจะทำให้คนอยู่ใน platform ได้นานกว่า

    ทุก Platform พยายามจะ Consume Attention ของเราทุกคนเลย


    Case 4 : The Attention Economy

    Attention Economy คือการรับรู้ได้ความสนใจของคนเราต่อ platform ต่างๆ คือทรัพยากรที่ขาดแคลน และพัฒนารูปแบบของ platform นั้นๆ เพื่อให้คนอยู่ใน platform นั้นได้นานที่สุด

    Time, Attention, Your Life คือเรื่องเดียวกัน

    มนุษย์ไม่สามารถควบคุมเวลาได้ สิ่งเดียวที่มนุษย์สามารถควบคุมได้คือการจัดการเวลามากกว่า

    Protect Your Attention

    ใครก็ตามที่สามารถปกป้อง Attention ของตัวเองได้ คนๆนั้นจะรอดไป 5-10 ปีข้างหน้าได้เลย

    • คนส่วนใหญ่ไปไม่รอดเพราะโดนดึง Attention ไปง่ายมาก

    Model 12 : Game Theory

    Game Theory

    Game Theory คือการคิดในมุมของคู่แข่งเลย ว่า คู่แข่งกำลังจะทำอะไร แล้วสามารถรับมือกับคู่แข่งยังไงได้บ้าง และ การตัดสินใจเชิงลึก ที่เราคำนึงถึงและวิเคราะห์สถานการณ์จากคู่แข่งหรือผู้อื่น


    Element of the game

    สำหรับเกมหมากรุก

    1. Player มีอยู่ 2 คน
    2. Strategies ที่สามารถทำได้
    3. Payoff ตารางที่บอกว่า ถ้าคู่แข่งเดินตัวหมาก แล้วเราเดินตัวหมาก เราจะเดินอะไรจากการเดินหมากบ้าง
    4. Rationality ผู้เล่นอยากได้อะไรในการเล่นมากที่สุด แล้วเสียอะไรน้อยที่สุดจากการเล่นนั้นๆ
    5. Equilibrium หาจุดที่ทั้ง 2 ผู้เล่นอยากเดินหมากให้ความได้เปรียบเท่ากันในการเล่นนั้น

    The Prisoner’s Dilemma

    • เรามีผู้เล่นอยู่ 2 คน A กับ B และ 2 Action ยอมรับผิดหรือปิดปากเงียบ
    • 2 คนนี้ติดคุกอยู่คนละห้อง

    ตัวเลขซ้ายมือของ A ตัวเลขขวามือของ B เลขคือจำนวนปี

    ทั้งคู่เงียบแล้วจะมีการลงโทษ 1 ปี


    Player Good Choice
    • A ยอมรับก็จะติดคุก 5 ปี ไม่ยอมรับติด 10 ปี
    • สำหรับผู้เล่น A การสารภาพไว้จะดีที่สุด ถ้า A สารภาพ B เงียบติดคุก 0 ปี
    • สำหรับผู้เล่น B การสารภาพไว้จะดีที่สุด ถ้า B สารภาพ A เงียบติดคุก 0 ปี
    • ทางเลือกที่ดีที่สุดทั้งคู่คือ Confess

    Nash Equilibrium

    Nash Equilibrium ทุกคนจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตนเอง แต่ผลลัพธ์รวมอาจไม่ดีที่สุดสำหรับทุกคน

    Nash Equilibrium
    • เมื่อ Player A และ Player B เลือกสารภาพพร้อมกันคู่ไม่ได้เป็นทางเลือก แต่เงื่อนไขเดิมสำหรับคู่เหมือนกัน ใครสารภาพจะติดคุกน้อยกว่า
    • Confess -5 ปี กับ 0 ปี แต่ถ้า Remain Silent10 ปี กับ -1 ปี

    • เว้นแต่จะ Remain Silent Both จะดีกว่ากับทั้งคู่

    แต่ชีวิตจริงทุกคนจะเลือกสารภาพทั้งคู่

    • สามารถประยุกต์ใช้กับการรวมตัวของบริษัท และเหตุดารณ์อื่นๆ

    Model 13 : GDP

    The GDP

    GDP มวลสินค้าที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในปีหนึ่งๆ


    GDP vs GNP

    GDP vs GNP
    TypeDefinition
    GDPรายได้ในประเทศไทย
    GNP รายได้ในทุกประเทศ

    Process of GDP

    Simple GDP Formula

    GDP คือ ราคาของสินค้า * ปริมาณของสินค้า

    • ถ้าราคาไก่เพิ่ม GDP โตขึ้นมา 74%
    Chicken Price Rise

    Real GDP

    Real GDP
    • Real GDP ใช้ราคาสินค้าของปีฐานในการคำนวณ GDP แสดงว่า GDP ไม่ได้โตขึ้นเลย

    Real GDP คือการโตด้วยสินค้าของประเทศเรามีการผลิตมากขึ้น Quantity

    More Food is Better

    Model 14 : Purchasing Power Parity

    Purchasing Power Parity

    PPP ทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์และวิธีการที่ใช้ในการเปรียบเทียบอำนาจซื้อที่แท้จริงของสกุลเงินที่แตกต่างกัน

    โดยปรับความครองชีพให้สะท้อนเหมาะสมกับคนประเทศนั้นๆ

    PPP
    • เช่นน้ำในอเมริกาขาย 100 บาทในไทยขาย 30 บาท
    • มีความเท่าเทียมกันตามสภาพแวดล้อมของประเทศนั้นๆ

    Case Buy Online Course

    Purchasing Power Parity

    เช่นการซื้อคอร์สออนไลน์ ถ้าอยู่ประเทศไทยสามารถขอ Purchasing Power Parity ตามรูปด้านบนเพื่อลดราคาได้เหมาะกับราคาของคนในประเทศไทย


    Micro vs Macro

    Micro economics vs Macro economics
    1. Microeconomics คือ การศึกษาพฤติกรรมของหน่วยเศรษฐกิจรายย่อย
    2. Macroeconomics คือ ศึกษาเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
    TypeMicroeconomicsMacroeconomics
    Emphasizeหน่วยย่อย (ครัวเรือน, ธุรกิจ)หน่วยใหญ่ (ระดับประเทศ)
    Scopeขนาดเล็กขนาดใหญ่
    Headlineอุปสงค์, อุปทาน, ราคา, ตลาด, การแข่งขันGDP, เงินเฟ้อ, การว่างงาน, การเติบโตทางเศรษฐกิจ
    Overviewมองจากล่างขึ้นบนมองจากบนลงล่าง

    สามารถรับชมคลิปเพิ่มเติมได้การจาก Link นี้

    โดยสามารถนำประยุกต์ใช้กับชีวิตจริงการใช้ Attention อย่างมีประโยชน์สำหรับทุกกิจกรรมไปปรับปรุงและนำหลักเศรษฐศาสตร์ไปใช้ตัดสินใจและเป็นไอเดียใหม่ๆ ในการตัดสินใจคิดเกี่ยวกับการบริหารเวลาในชีวิตเพิ่มเติมครับ


  • 25 Topics of Essential Economics 101

    25 Topics of Essential Economics 101

    เนื่องจากในปัจจุบันโลกเราถูก disrupt ด้วยปัจจัยมากมาก เช่น เทคโนโลยี ภาวะมลพิษทางอากาศ วิกฤตเศรษฐกิจ สงครามการค้าระหว่างประเทศ ความเลื่อมล้ำทางสังคมและอื่นๆ ดังนั้น Economics จึงเป็นวิชาสำคัญมากที่จะช่วยให้เรานำความรู้มาปรับใช้ได้ในยุคปัจจุบันเพื่อการตัดสินใจที่ดีในการเลือกเส้นทางที่ถูกต้องสำหรับมูลค่าสินค้าทางธุรกิจครับ


    Table of Content

    1. Why study economics?
      1. Economic is involve with human
      2. Education with productivity
    2. History of Economic
      1. Invisible Hand
      2. Behavior of human
      3. Barter System
      4. Store of value
    3. Beginner of economics
    4. Scarcity
    5. Water vs Diamond
      1. Value vs Price
    6. Incentive
    7. Opportunity Cost
      1. ESG
    8. Cost of Education
      1. Education is not free
    9. Trade off + Choice
    10. Gain from trade
      1. Specialization
      2. Good trade
    11. Production Possibility Frontier
    12. PPF Expansion
    13. Growth
    14. The Difference of Need, Want and Demand
    15. Demand
      1. Willingness to pay
      2. Substitute Product
      3. Complimentary product
    16. Supply
      1. Willingness to sell
    17. Equilibrium
      1. Process Equilibrium
      2. Unemployment
    18. Luxury goods
    19. Minimum Wage
    20. Deadweight Loss
    21. Prospect Theory
    22. Elasticity
      1. Elastic vs Inelastic
      2. Calculate Elastic
      3. Case Iphone
    23. Marketing Competition
      1. Perfect Competition
      2. Monopolistic
      3. Oligopoly
      4. Monopoly
      5. Best market
    24. Econometrics
      1. Simple Model
    25. Micro vs Macro

    Why study economics?

    Why study Economics?

    การเรียน Economics เพื่อเข้าใจทรัพยากรที่จำกัด เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของมนุษย์ที่ไม่จำกัด


    Economic is involve with human

    1. เข้าใจ Incentive (แรงจูงใจ)
    2. เข้าใจ Value มูลค่าของสินค้าหรือบริการ
    3. เข้าใจว่ามนุษย์อยากรู้สิ่งต่างๆ เพื่ออะไร

    เราสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมมนุษย์จาก 3 ข้อด้านบนได้เลยในทางที่ดีขึ้น

    คนไทยในประเทศ ประมาณ 10-15% 8-10 ล้านคนไม่มีคนข้าวกิน และ สารอาหารไม่เพียงพอ


    Education with productivity

    อาหารส่งผลต่อการมี productivity

    Food

    Problem of Education with productivity

    หากมีระบบการศึกษาที่ดีแล้ว ไม่มีข้าวกิน เด็กจะสามารถเรียนรู้เรื่องได้มั้ย?

    • แม้จะหลักสูตรการศึกษาที่ดี แต่อาหารไม่ดี จะไม่สามารถเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    Solution of Education with productivity

    1. ศึกษาเพื่อเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจองค์ประกอบรวมดีขึ้น
    2. สามารถยกระดับให้คนในสังคมเติบโตขึ้นได้ โดยมีทรัพยากรอย่างจำกัด

    History of Economic

    Adam Smith

    เนื่องจากทฤษฎีของ Adam Smith ทำให้ยุโรปส่วนใหญ่เกิดการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ระบบการค้าเสรี ที่ยอมให้ผู้ประกอบการรวมตัวกันได้

    Adam Smith จึงได้รับการยกย่องเป็น Father of Economics


    Invisible Hand

    Invisible Hand

    Invisible Hand คือ วิธีการทำงานของตลาดเสรีที่ปล่อยให้กลไกราคา (อุปสงค์และอุปทาน) ทำงานได้อย่างอิสระ โดยที่รัฐบาลไม่จำเป็นต้องเข้าแทรกแซง

    • Self-Interest ปล่อยมนุษย์จัดสรรการขายด้วยตัวเอง (1759)
    1. ต้องการกินไก่ แต่ไก่ขาดตลาด ราคาไก่เปลี่ยนตาม Demand and Supply
    2. ปัจจุบันมีสินค้าจากต่างประเทศมา disrupt เยอะกว่ายุคสมัยก่อนเยอะขึ้น

    The Great Depression

    เป็นวิกฤตเศรษฐกิจครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์โลกสมัยใหม่ เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1930 ส่งผลกระทบต่อประเทศต่างๆ ทั่วโลกอย่างกว้างขวาง ทั้งประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา

    Solve

    1. สามารถแก้ไขได้โดยให้รัฐบาลไปแทรกแซงระบบเศรษฐกิจโดยการอัดเงินเข้าไป
    2. สร้างถนน เพื่อให้มีการจ้างมากยิ่งขึ้น ถนนเชื่อมเมืองเข้าด้วยกัน ทำให้ข้อมูลไหลผ่านกันได้ง่ายขึ้น

    Behavior of human

    แก่นของ Adam Smith มนุษย์เราจะทำตาม incentive หรือแรงจูงใจ

    Incentive

    มนุษย์ทุกคนเชื่อว่าทำอะไรสักอย่าง แล้วจะได้อะไรบางอย่างกลับมา

    การที่ทุกคนเข้ามาเรียน bootcamp วันนี้ ทุกสามารถไปทำอย่างอื่นตอนเช้าได้ แต่เลือกจะมาเรียนเพราะว่าการเข้า live วันนี้จะได้ value เพิ่มเข้ามา

    Benefits of Incentive

    1. เรียนวันนี้ เพื่อ value ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดย value นั้นอาจไม่เกิดขึ้นวันนี้ก็ได้
    2. ต้องสร้าง value ให้ตัวเองก่อน แล้วค่อยไปช่วยผู้อื่นในอนาคตได้

    Barter System

    Barter System

    เศรษฐกิจสมัยก่อน เน้นเอาหมูไปแลกไก่ เป็นการแลกเปลี่ยนแปลงยุคแรกๆ

    Economic SystemDefinition
    Barter Systemนำหมูไปแลกไก่
    Digitalนำเงินไปแลกสินค้าหรือบริการ

    ถ้าเอาของมาแลกจะยาก เพราะของแต่ละอย่าง value ไม่เท่ากัน


    Store of value

    Store of value คือคุณสมบัติของสินทรัพย์ที่สามารถรักษามูลค่าของมันไว้ได้ในช่วงเวลาหนึ่ง โดยไม่เสื่อมถอยไปอย่างรวดเร็ว ทำให้สินทรัพย์นั้นสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการเก็บออมและรักษามูลค่าของความมั่งคั่งในอนาคตได้

    1. เงินไม่สามารถ Store value แล้ว เพราะเงินทุกบาทที่ฝากไปในธนาคารเจอเงินเฟ้อ 3-5% ทุกปี
    2. ราคาของสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นทุกปี
    3. ยุคข้าวราดแกงเมื่อ 10 ปีที่แล้วราคา 25 บาท ปัจจุบัน 50 บาท เพิ่มขึ้น 100% จึงแสดงว่าเงินเฟ้อ 10%

    เงินเดือนเราปรับไม่ทัน มูลค่าสินค้าที่เพิ่มขึ้น


    Beginner of economics

    Beginner of Economics
    • เศรษฐศาสตร์คือการศึกษาว่าสังคมจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดอย่างไร

    ยอมทิ้งเวลา 2 ชมครึ่ง แทนที่จะไปดู netflix แล้วมาดู live แอดทอย จึงเป็นการ trade off

    • ที่การยอมแลกเพราะใน Session วันนี้เพราะกิจกรรมที่ทำมีคุณค่าการไปทำกิจกรรมอื่นๆ

    Value – Cost > 0


    Scarcity

    ความต้องการของมนุษย์มันมากเกินไป จนเราไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการนั้นได้

    Scarcity

    Unlimited wantsLimited Resources

    Scarcity จึงเป็นต้นกำหนดของเศรษฐศาสตร์

    การแต่งงานแล้วต้องมี เพชร จึงทำให้เพชรถูกตั้ง Value แล้วกลายเป็น popular item แล้วจึงกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้


    Water vs Diamond

    Water vs Diamond
    1. Water ถ้าอยู่ในบริบทที่เราอยู่ในทะเลทรายจะมีแค่มากกว่า Diamond เพราะถ้าหากไม่ได้กิน Water จะตายก่อน
    2. Diamond ถ้าอยู่ในบริบทปัจจุบัน จะมีราคามากกว่า Water แล้วสามารถซื้อ Water ได้ปริมาณมาก

    Value is Relative ไม่สามารถวัด Value ได้จริงๆ วัดได้จากบริบทในช่วงนั้นๆ


    Value vs Price

    TypeDefinition
    Valueมูลค่าคือความพอใจที่ได้รับการใช้สินค้าหรือบริการ เป็นสิ่งที่ตัดสินได้ด้วยความรู้สึกหรือความคิดเห็นส่วนบุคคล
    Priceราคาคือจำนวนเงินที่ต้องจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าหรือบริการ เป็นตัวเลขที่กำหนดขึ้นมาอย่างชัดเจน
    1. Value สามารถ Compare 2 object ในหัวได้ว่าอะไรมีแค่มากกว่ากัน เช่น Water and Diamond
    2. Skill “AI vs เย็บผ้า” สิ่งไหนมีค่ามากกว่า ณ ตอนนี้ : ตอบ AI

    แต่ถ้าเมื่อ 100-200 ปีที่แล้ว สกิลเย็บผ้าน่าจะเป็น Skill ที่ช่วยให้หาเงินได้มากกว่า

    (50-60 ปีที่แล้วไม่มีคนเชื่อว่า AI รายได้ฝั่งเย็บผ้าน่าจะดีกว่า)


    Incentive

    Incentive คือ สิ่งจูงใจมนุษย์

    • ถ้ามนุษย์ให้ value กับสิ่งไหน สิ่งนั้นก็จะมี value

    ในมุมมอง Economic Coke 1 แก้วกับกาแฟ 1 แก้วคนอยากจะกินอะไรมากกว่ากัน ขึ้นอยู่บริบทในเวลานั้นๆ

    • ประเทศเมืองหนาว คนอยากกิน Coffee
    • ประเทศเมืองร้อน คนอยากกิน Coke
    Coke

    เราให้ค่าสิ่งไหนสิ่งนั้น สิ่งนั้นจะมีค่า แล้วคุณค่าจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆตาม Value, Situation and Context

    Incentive จะส่งผลต่อ Value ของธุรกิจ และสร้างให้เกิดธุรกิจขนาดใหญ่


    Opportunity Cost

    Opportunity Cost

    Opportunity Cost คือเวลาที่เลือกทำอะไรซักอย่างนึง แล้วต้องเลือกทิ้งทางเลือกที่ดีที่สุด

    Choice AChoice B
    Produce Hamburger +10Produce Hamburger -10
    Produce Banana -30Produce Banana +30
    1. หากเลือก Choice A จะผลิต Hamburger > Choice B 10 ชิ้น แต่ Choice A จะผลิต Banana < Choice B 30 ชิ้น
    2. หากเลือก Choice B จะผลิต Hamburger < Choice A 10 ชิ้น แต่ Choice B จะผลิต Banana > Choice A 30 ชิ้น

    ESG

    ESG คือ ตัวย่อของ Environmental, Social, and Governance สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นเกณฑ์หรือปัจจัยสำคัญที่ใช้ในการประเมินความยั่งยืนขององค์กรหรือธุรกิจ นอกเหนือจากผลประกอบการทางการเงินเพียงอย่างเดียว

    1. ต้องพยายามสร้างโรงเรียน แทน โรงงาน เพื่อช่วยสิ่งแวดล้อม
    2. ในฐานะประเทศต้องพยายามรับผิดชอบกับทรัพยากรที่มีในประเทศแล้วใช้อย่างคุ้มค่า

    Cost of Education

    Cost of Education
    1. ไปเรียนต่างประเทศใช้เงิน 2,000,000 บาท
    2. ไม่ได้ทำงานไป 2 ปี เงินเดือน 50,000 บาท จึงกลายเป็นค่าเสียโอกาส 1,200,000 บาท
    3. บางทีมีค่าประกันสังคม ค่าประชุมอื่นๆอีก จึงเสียโอกาสไปเยอะเลย

    ต้นทุนที่นักเศรษฐศาสตร์ไม่มองแค่ตัวเงิน แต่มองไปจนถึงเวลาและค่าเสียโอกาสด้วย

    • มันจะมีต้นทุนบางอย่างที่ต้องยอมแลก เพื่อแลกเปลี่ยนในสิ่งที่คุ้มค่ากว่า

    Education is not free

    Education is not free.
    • จ่ายเงิน bootcamp 4,900 บาท จำเป็นต้องแลก เวลา เพื่อที่ เรียนรู้

    ถ้าทุกคนเข้าเรียนครบ 4 เดือนทั้งเรียนสดและคลาสเสริมพร้อมทำการบ้านรับรองเลยว่าจะเก่งขึ้นแน่นอน


    Trade off + Choice

    Trade Off + Choice
    1. Trade off ถ้าได้อย่างนึงแล้วจะเสียอีกอย่างหนึ่งเสมอ
    2. คนเราจะเก่งขึ้นได้ จะต้องรู้จักการใช้เวลาให้เป็นประโยชน์

    เวลา เป็นทรัพยากรที่ค่าสุด

    Good time ManageBad time Manage
    learn knowledgewatch bad channel
    have benefits in connecting the dotsno benefits waste time for improve

    ชีวิตคนเราคือการแลก แต่ขึ้นอยู่กับว่า คนเราจะกล้าแลกสิ่งเหล่านั้นหรือไม่

    1. อยากมีสุขภาพดีๆ ต้องออกกำลังกาย สร้างสภาพแวดล้อมดีๆ สร้างสิ่งสร้างสรรค์ให้สังคม
    2. ได้อยู่ Community ดีๆ ก็มีส่วนให้ได้แรงบันดาลใจดีๆมากขึ้น

    Gain from trade

    Gain from Trade
    PPC of John & Marry

    Specialization

    ถ้าทั้ง 2 คนนี้แลกเปลี่ยนสินค้ากัน ผลิตสินค้าที่ตัวเองถนัด

    • แล้วค่อยเอาที่สินค้ามาแลกเปลี่ยนกัน เรียก Specialization
    HamburgerBanana
    John ผลิตได้เยอะJohn ผลิตได้น้อย
    Mary ผลิตได้น้อยMary ผลิตได้เยอะ
    • John กับ Mary ค่อยเอาสินค้ามาแลก
    If both trade products

    Good trade

    Everyone better off
    • ตัวเลข (+) จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้า John กับ Marry ไม่มาแลกสินค้ากัน

    ประเทศไทยผลิตข้าวเก่ง ประเทศจีนผลิตรถเก่ง แล้ว มาแลกสินค้ากัน ใน theory

    แต่อาจไม่เกิดขึ้นเพราะ “รถ 1 คัน อาจแลกข้าวได้ 1,000 ตันได้เลย


    Production Possibility Frontier

    The Frontier

    Production Possibility Frontier คือ เศรษฐศาสตร์ที่แสดงให้เห็นถึง ปริมาณผลผลิตสูงสุดที่เป็นไปได้ของสินค้าหรือบริการ ที่สามารถผลิตได้ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด ณ ช่วงเวลาหนึ่ง โดยใช้ทรัพยากรนั้นอย่างมีประสิทธิภาพ

    PPF (or PPC)
    Type of PPFDefinition
    Aเส้นที่แสดงการใช้ทรัพยากรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
    Bเส้นที่แสดงการใช้ทรัพยากรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
    Cเส้นที่ผลิตสินค้าได้ แต่ยังเหลือทรัพยากร
    Dเป็นไปไม่ได้ เพราะใช้ทรัพยากรเกินกำหนด

    มนุษย์สามารถยก PPF ขึ้นไปด้านขวาได้หากเราเก่งขึ้น


    PPF Expansion

    PPF Expansion
    • การขยายตัวของเส้นขอบเขตความเป็นไปได้ในการผลิต
    • เช่น การที่เราสามารถเพิ่ม รายได้ ของคนในชาติได้

    Growth

    • อย่างเช่นทุนจีนที่เข้ามาในประเทศไทย นำของถูกเข้ามาในไทย เช่น Temu
    • SME เริ่มอยู่ไม่ได้เพราะทุนจีนขายถูกกว่า ทุนไทยสู้ไม่ไหว

    ทุกอย่างเกิดมา paradox (ขัดแย้งกันเอง) ต้องการสินค้าราคาถูก แต่กีดกัน ทุนจีน

    Growth

    ถ้าเศรษฐกิจดี คนใช้จ่ายเงินขึ้น Demand สูง เงินจะเฟ้อ เพราะเศรษฐกิจดี อิสรภาพด้านการเงินเสียไปทุกอย่างต้องมีการ Trade Off


    The Difference of Need, Want and Demand

    TypeDefinitionSample
    Needความต้องการขั้นพื้นฐานของคนปัจจัย 4
    Wantความต้องการที่ถูกปรุงแต่งด้วยวัฒนธรรม สังคมพิซซ่า, ขาหมู
    Demandwant ที่มี back up ด้วย moneyการซื้อพิซซ่าหน้าซีฟู้ด
    • เราสามารถซื้อของโดยที่ยังไม่จ่ายเงินเลย เรียกว่า การผ่อนจ่าย
    • บัตรเครดิต เป็นต้นกำเนิดหนี้ ต้องไปจ่ายทุกสิ้นเดือน

    ความลำบาก จะเกิดขึ้นในอนาคต เมื่อเอาเงินในอนาคตมาใช้แล้ว กระแสเงินสดในอนาคตหายไป

    • พยายามอย่าใช้บัตรเครดิต เพราะบริษัทเหล่านั้นพยายามจะใช้ Incentive (ล่อ Point) เพื่อล่อให้คนใช้บัตรเครดิต
    • Credit Card มีได้ แต่ต้องควบคุมตัวเองได้

    Demand

    Demand

    Demand คือ ปริมาณความต้องการซื้อสินค้าหรือบริการของผู้บริโภค ณ ระดับราคาต่างๆ ในช่วงเวลาที่กำหนด โดยผู้บริโภคมีทั้งความต้องการ (Want) และความสามารถในการซื้อ (Purchasing Power/Ability to pay)


    Willingness to pay

    Willingness to pay คือ ราคาสูงสุดที่ผู้บริโภคยินดีที่จะจ่ายเพื่อให้ได้สินค้าหรือบริการ

    Willingness to pay
    PriceQuantity Demand
    HighLow
    LowHigh

    Substitute Product

    Demand สามารถ Slope เป็น + ได้ดังรูป

    Substitute Products
    Chicken PriceQuantity Demanded Pig
    ราคาไก่สูง คนกินไก่น้อยลงคนจะกินหมูมากขึ้น
    ราคาไก่ต่ำ คนกินไก่เยอะคนจะกินหมูน้อยลง

    หมูกับไก่จัดเป็น Substitute Product สามารถทดแทนกันได้


    Complimentary product

    สินค้าหรือบริการที่ใช้ร่วมกับสินค้าหรือบริการหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มความสะดวกสบาย

    • รถยนต์กับน้ำมัน, ปากกากับสมุด, โทรศัพท์มือถือกับเคส, Kindle and E-book
    KindleE-Book
    Kindle แพงE-book ก็ขายได้น้อย
    Kindle ถูกE-book ก็ขายได้มาก

    Supply

    Supply

    Supply คือ ปริมาณสินค้าหรือบริการที่ผู้ผลิตหรือผู้ขายต้องการ และ สามารถนำเสนอขายในตลาด ณ ระดับราคาต่างๆ ในช่วงเวลาที่กำหนด


    Willingness to sell

    Willingness to sell หมายถึง ราคาต่ำสุด ที่ผู้ขายยินดีที่จะรับเพื่อให้ขายสินค้าหรือบริการนั้น

    Willingness to sell
    • ราคายิ่งสูง คนก็ยิ่งอยากขายสินค้ามากขึ้น
    PriceQuantity Supplied
    HighHigh
    LowLow

    Equilibrium

    Equilibrium คือ Demand = Supply

    มี price และ Quantity ในจุด Equilibrium


    Process Equilibrium

    Process Equilibrium Graph
    PointEconomicsDefinitionOpportunity
    จุดสีเหลืองEquilibriumDemand = Supplyราคาสมดุล
    เส้นสีแดงExcess Supplyในวันที่ผลิต labubu เส้นสีแดง ราคาแพงมีปริมาณ 200 ชิ้น แต่ต้องการแค่ 50 ชิ้นอาจจะต้องลดราคา
    เส้นสีฟ้าExcess Demandความต้องการของสินค้ามากกว่าสินค้าที่มีมีโอกาสขึ้นราคาได้

    Unemployment

    Unemployment Graph
    Salary per hourEconomicsDefinitionResult
    200Equilibriumราคาเท่ากับค่าจ้างคนอยากทำงานไม่เปลี่ยน
    330Minimum Wageค่าจ้างขั้นต่ำ ควรจะอยู่สูงกว่า Equilibriumคนอยากทำงานมากขึ้น
    500If Minimum Wageถ้าค่าจ้างสูงเท่านี้ คนจะอยากออกมาทำงานกันเยอะแต่นายจ้าง จะจ้างไม่ไหว

    Unemployment เกิดที่จุด D2 ถ้านายจ้างอยากจ้างที่จุด D2 แต่ลูกจ้างอยากได้เงินที่จุด S2 จึงทำให้ไม่เกิดการจ้างงาน เพราะนายจ้างจ่ายเงินไม่ไหว

    1. นโยบายพวกนี้ค่าจ้างขั้นต่ำจะส่งผลเสียต่อภาพรวมอย่างมาก แม้เงินที่เราได้เยอะขึ้น แต่ราคาสินค้าสูงขึ้น การขึ้นเงินเดือนไม่ควรใช้ แต่ควรควบคุมราคาสินค้าในบ้านเราให้มีเสถียรภาพมากขึ้น
    2. แต่มี นโยบายจากต่างประเทศจึงทำได้ยาก

    เงินเดือนควรขึ้นตาม productivity ของคนเหล่านั้น

    • การแก้ปัญหาคือการควบคุมราคาสินค้าและบริการในประเทศให้ราคาต่ำเท่าเดิม เงินเดือนไม่ต้องเยอะ มีระบบขนส่งที่ดี ราคาอาหาร 25 บาทเท่าเดิม

    Luxury goods

    • การขึ้นราคาใช้ได้กับสินค้าฟุ่มเฟือย เช่นของแบรนด์เนมทำไมถึงขึ้นราคาได้ผลมี 2 ข้อ
    1. คนที่ซื้อสินค้าแบรนด์เนมรวยอยู่แล้ว เงินเดือนเยอะอยู่แล้ว จึงซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยได้
    2. สินค้าฟุ่มเฟือยจะถูกซื้อให้คนเห็น value กับสินค้านั้นๆ

    ถ้าเราให้ค่าสิ่งไหน สิ่งนั้นก็มีค่าเลย

    Luxury Good

    สิ่งประเภทเหล่านี้ ความยืดหยุ่นต่ำถึงแม้ขึ้นราคาคนก็ซื้ออยู่ดี


    Minimum Wage

    Minimum Wage คือ กฎหมายที่กำหนดอัตราค่าจ้างรายชั่วโมงที่นายจ้างต้องจ่ายให้กับลูกจ้างอย่างน้อยที่สุด

    Minimum Wage
    • ประกาศขึ้นเดือนขั้นต่ำจาก 1 กลายเป็น 5 เหรียญ จึงทำให้คนสมัครเยอะมาก
    • เป็นคนสร้างปรากฎการณ์ Unemployment

    Deadweight Loss

    Deadweight Loss

    Deadweight Loss คือการสูญเสียทางสังคมที่อุปสงค์ (Demand) และ อุปทาน (Supply) ไม่อยู่ในจุดสมดุล (Equilibrium)

    Ceiling Price คือ ราคาสูงสุดที่รัฐบาลกำหนดให้ขายสินค้าหรือบริการชนิดใดชนิดหนึ่งได้

    Ceiling Price Graph
    Deadweight Loss Graph
    MoneyEconomicsDefinition
    20 เหรียญต่อกิโลกรัมMinimum priceราคาที่รัฐบาลช่วย ควรจะอยู่สูงกว่า Equilibrium
    10 เหรียญต่อกิโลกรัมEquilibriumราคาเท่ากับราคาทั่วไป
    5 เหรียญต่อกิโลกรัมCeiling Priceต่ำกว่าราคาดุลยภาพ (Equilibrium Price) เพดานราคา
    Yellow areaCustomer Surplusส่วนเกินระหว่างราคาสูงสุดที่ผู้บริโภค ยินดีจ่าย
    Green areaProducer Surplusส่วนเกินระหว่างราคาที่ผู้ผลิต ได้รับจริง
    Red areaDeadweight LossDemand and Supply ≠Equilibrium
    Deadweight Loss Area

    Customer Surplus +Producer Surplus = Welfare

    welfare = ความอยู่ดีมีสุข


    Prospect Theory

    Prospect Theory หรือ ทฤษฎีความคาดหวัง เป็นทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมที่อธิบายว่าคนเราตัดสินใจอย่างไรเมื่อเผชิญกับความเสี่ยงและความไม่แน่นอน

    Recommend book : Thinking, Fast and Slow

    1. เช่น เราถูก lottery 1 ล้าน แต่พอกลับบ้าน โดยโจรขโมยเงินที่บ้าน 1 ล้านบาท จริงๆเราควรรู้สึกเท่าทุน
    2. มนุษย์เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ชอบเสีย จึงเรารู้สึกว่าได้เงิน ไม่เท่ากับเสียเงิน
    Prospect Theory Graph
    LineDefinitionSample
    Green lineคนได้เงิน 1 ล้านจะมีความสุขแค่ 5 Pointสมัครเรียน data ได้เรียนฟรี 1 live
    Red Lineคนเสียเงิน 1 ล้านจะติดลบความสุข 20 Pointถ้าไม่สมัครเรียน data เสียสิทธิ์เรียนฟรี 1 live
    • แต่ความรู้สึกคนเรามักเสียดายเงินมากกว่าที่เราได้เงินเหล่านั้นมา

    Loss Aversion คนเราจะรู้สึกเจ็บปวด เมื่อสูญเสียบางอย่างไป


    Elasticity

    Elasticity

    Elasticity คือ การวัดการเปลี่ยนแปลงของตัวแปรหนึ่งเมื่อตัวแปรอื่นเปลี่ยนแปลงไป

    สามารถคำนวณได้ดังนี้


    Elastic vs Inelastic

    TypeDefinition
    Elasticสินค้าฟุ่มเฟือย หรือ สินค้าที่มีสินค้าทดแทนจำนวนมาก
    UnitaryDemand and Supply = Price of Product
    Inelasticสินค้าจำเป็น หรือ สินค้าที่ไม่มีสินค้าทดแทน
    Elastic vs Inelastic

    Calculate Elastic

    Calculate Elastic
    • แสดงว่า สินค้าชนิดนี้เป็น Elastic สูง เนื่องจาก PE > 1
    ElasticPrice
    HighDiscount Price
    LowAdd Price

    Case Iphone

    Iphone 13 จัดเป็นสินค้าประเภท Elastic ต่ำ ถึงเพิ่มราคาแล้ว คนก็ยังซื้ออยู่ดี

    ElasticPriceIphone
    HighDiscount Priceคนก็ซื้ออยู่ดี เพราะเคยชินกับ Brand
    LowAdd Priceจะกำไรเยอะขึ้น เพราะคนจะแห่ไปซื้อ Iphone เยอะขึ้น

    Marketing Competition

    Levels of Competition

    Levels of Competition
    TypeDefinition
    Number of firmsจำนวนธุรกิจที่แข่งขันกันในตลาด
    Product Differentiationความแตกต่างของสินค้า
    Perfect Informationระดับความรู้ของผู้ซื้อและผู้ขายเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการนั้นๆและราคา
    Free Entry & Exit Criteriaความง่ายในการเข้าสู่หรือออกจากตลาด

    Market Structures

    MarketDefinitionSaleProductAccess
    Perfect Competitionตลาดแข่งขันสมบูรณ์จำนวนมากเหมือนกันเข้าออกง่าย
    Monopolyตลาดผูกขาดรายเดียวไม่มีสินค้าทดแทนเข้าออกยาก
    Monopolistic Competitionตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาดจำนวนมากแตกต่างกันบ้างเข้าออกง่าย
    Oligopolyตลาดผู้ขายน้อยราย2-3 รายใหญ่เหมือนหรือแตกต่างกันเข้าออกยาก

    Perfect Competition

    Perfect Competition
    • เช่น สินค้าที่คนสามารถขายเหมือนกันได้เช่น Orange and Strawberry

    สามารถรับรู้ได้เลยว่าใครเข้าตลาดบ้าง ออกจากตลาดบ้าง มีข้อมูลทั้งหมดอะไร

    • แต่ไม่ค่อยมีใช้ในชีวิตจรืง เช่น ส้ม เพราะส้มหนึ่งผลก็ราคาไม่เท่ากัน
    TypePrice
    Orange with packageHigh
    Orange no packageLow

    ส้มที่มี package จะสามารถตั้งราคาสูงกว่า เพราะมีการป้องกัน packaging ที่ดีกว่า


    Monopolistic

    Monopolistic
    • ไก่ทอดแต่ละที่สามารถตั้งราคาต่างกันได้ เช่น ไก่ทอด Bonchon หรือไก่ทอดข้างถนน ราคาต่างกัน

    บางทีคุณค่าของสินค้าและบริการ ก็ขึ้นอยู่กับ Brand และ Belief ด้วย


    Oligopoly

    Oligopoly

    ตัวอย่างเช่น Telco Business เช่น True Dtac and AI, Beer business เช่น Chang, LEO

    ต้องใช้เงินเช่าคลื่นสัญญาณในประเทศไทย ราคาหมื่นล้าน เพื่อทำธุรกิจนี้ จึงทำให้มีคู่แข่งทางการค้าน้อย

    • สามารถกีดกันทางการค้าได้

    Monopoly

    Monopoly
    • การรถไฟไทย ขายคนเดียว

    แต่ไม่ได้การันตีว่าจะกำไรได้ ดูจากหุ้น BTS

    • แต่หลักๆต้องดูแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยด้วย

    Best market

    1. ตลาดที่น่าเข้าไปธุรกิจคือ Monopolistic and Oligopoly
    2. ต้องสร้าง Product or Service ลูกค้าแตกต่างจากผู้อื่น
    3. Oligopoly สร้างบริษัทเล็กมาแข่งกับพวก google ได้จนสามารถสู้ได้แล้วบริษัทใหญ่ก็มาซื้ออีกที

    Econometrics

    Econometrics

    เศรษฐมิติ (Econometrics) เป็นสาขาหนึ่งของเศรษฐศาสตร์ที่ใช้ สถิติ คณิตศาสตร์ และ วิทยาการคอมพิวเตอร์ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเศรษฐกิจและทดสอบทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์

    คาดการณ์แนวโน้มทางเศรษฐกิจในอนาคต เช่น การเติบโตของ GDP อัตราเงินเฟ้อ หรืออัตราการว่างงาน


    Linear Regression

    Linear Regression

    Linear Regression (การถดถอยเชิงเส้น) คือ จุดเริ่มต้นของการวิเคราะห์ทางเศรษฐมิติ ใช้เพื่อสร้างแบบจำลองความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่หลากหลาย


    Simple Model

    Simple Model
    TypeDefinition
    yตัวแปรตาม คือ ตัวแปรที่เราต้องการทำนาย
    xตัวแปรอิสระ คือ ตัวแปรที่ทำนายค่า Y
    f(x)แสดงความสัมพันธ์ระหว่าง x และ y
    b0จุดตัดแกน y (y-intercept) ของเส้นตรง
    b1ความชัน (Slope) ของเส้นตรง

    Micro vs Macro

    Micro vs Macro
    1. Microeconomics คือ การศึกษาพฤติกรรมของหน่วยเศรษฐกิจรายย่อย
    2. Macroeconomics คือ ศึกษาเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
    TypeMicroeconomicsMacroeconomics
    Emphasizeหน่วยย่อย (ครัวเรือน, ธุรกิจ)หน่วยใหญ่ (ระดับประเทศ)
    Scopeขนาดเล็กขนาดใหญ่
    Headlineอุปสงค์, อุปทาน, ราคา, ตลาด, การแข่งขันGDP, เงินเฟ้อ, การว่างงาน, การเติบโตทางเศรษฐกิจ
    Overviewมองจากล่างขึ้นบนมองจากบนลงล่าง

    หวังว่าความรู้สำหรับงานเขียนจะเป็นประโยชน์ต่อทุกคนครับ สามารถกดดูเพิ่มได้ที่ link ด้านล่างนี้ครับ ขอบคุณแอดทอยสำหรับ Data Science Bootcamp รุ่น 10 ครับ

    Essential Economics 101


    โดยสรุป Essential Economics 101 เป็นวิชาที่ครอบคลุมหัวข้อเศรษฐศาสตร์ที่สำคัญมากมาย เช่น ความขาดแคลน อุปสงค์และอุปทาน ตลาด การแข่งขัน และเศรษฐมิติ นอกจากนี้มีหัวข้อต่างๆน่าสนใจมาก เช่น ประวัติศาสตร์เศรษฐศาสตร์ พฤติกรรมมนุษย์ และนัยทางเศรษฐศาสตร์จุลภาคและมหภาค ด้วยการอธิบายที่ชัดเจนและตัวอย่างในโลกแห่งความเป็นจริง Essential Economics 101 โดยสามารถนำประยุกต์ใช้กับชีวิตจริงได้โดยนำหลักเศรษฐศาสตร์ไปใช้ตัดสินใจและเป็นไอเดียใหม่ๆ ในการตัดสินใจคิดเกี่ยวกับสินค้าและบริการด้วยครับ