เป็นบทความที่เขียนเพื่อที่จะช่วยให้สามารถเข้าใจตัวอย่างสำหรับข้อมูลที่มีในปัจจุบันว่าจะมีประโยชน์สำหรับนำไปประยุกต์กับธุรกิจในชีวิตจริงได้ในรูปแบบต่างๆ ตามที่เคสตัวอย่างที่จะนำมาเล่าสู่การฟังดังนี้
Intro to Data Science for 5 Case
- Case Study 1 – Target
- Case Study 2 – Tesco
- Case Study3 : Netflix
- Case Study 4 : Cambridge Analytica
- Case Study 5 : Moneyball
Case Study 1 – Target
Pregnancy prediction การที่จะสามารถทำนายผู้หญิงคนไหนท้อง หรือ ไม่ท้อง สามารถดูได้จากการซื้อสินค้าของผู้หญิง
- โดยมี 3 พฤติกรรมหลักที่ผู้หญิงเปลี่ยนดังนี้
- การกิน
- การซื้อของ
- การดูแลตัวเอง

- จากข้อมูลที่ถูกเก็บทำให้สามารถบอกได้ผู้หญิงคนน่าจะท้องจึงทำให้มีส่ง Coupon ส่วนลดสินค้าสำหรับคนท้องไปให้เป็นเรื่องเวลา 9 เดือน เพื่อเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าอยากจะซื้อสินค้าของแบรนด์
ทำให้มีเรื่องกับครอบครัวบางครอบครัวเพราะไม่รู้ว่าลูกผุ้หญิงที่บ้านตัวเองท้อง ส่ง coupon ไปหาเด็กมัธยมผู้หญิง
Target รู้ได้ว่าผู้หญิงคนนี้ท้องก่อนคุณพ่ออีก
- เพราะดูจาก Pattern การซื้อสินค้าของเด็กคนนั้น
- 3 เดือนแรกเมื่อผู้หญิงรู้ว่าตัวเองท้อง จะเปลี่ยนไปใช้แชมพูที่ไม่มีกลิ่น เริ่มซื้อ calcium สารอาหารดีๆ
- 6 เดือนซื้อครีมทากันท้องลางมาเพิ่ม
- 9 เดือนซื้อ big cotton สำลี big pack

Case 1 : Check Pregnant Girl
- ถ้าอยากรู้ผู้หญิงคนไหน ท้องบ้าง ไปตั้ง boot หน้า Target คือ baby shower boot
ให้ลูกค้ากรอกชื่อและนามสกุล เบอร์โทรที่อยู่จะให้ Coupon discount 20-30%
| Column | Data |
| Column A-E | ข้อมูลใน database ในบริษัท with binary data (0,1) ทำนาย Column G |
| Column G | ข้อมูลใน baby shower booth |

- set threshold = 0.5 default to predict that women get pregnant.
- ทีมการตลาดจะตัดสินใจส่ง decision ให้ทีมการตลาด
การใช้ Threshold แบบไหนถึงจะดี
Threshold Criteria
| Quality of Threshold | Result |
| Threshold สูง | Site ของ Audience น้อยลง |
| Threshold ต่ำ | Site ของ Audience มากขึ้น |
- ต้องตรวจสอบต้นทุนการส่ง Coupon ไปที่บ้านประกอบการพิจารณาเนื่องจากมีต้นทุน
Trade off ความคุ้มค่าระหว่าง แจกคูปองเยอะกับคูปองน้อย แล้วลูกค้าซื้อกลับเยอะหรือไม่
Confusion Matrix
Confusion Matrix คือตารางที่ใช้ในการประเมินโมเดล(Classification Model) สำหรับผลลัพธ์จริง (Actual Values) และผลลัพธ์ที่โมเดลทำนาย (Predicted Values) แล้วนำมาเปรียบเทียบกัน
- True Positive (TP): ค่าบวกจริง
- คือ กรณีที่โมเดล ทำนายว่าเป็นบวก (ท้อง) และ ความเป็นจริงก็เป็นบวก (ท้องจริง)
2. True Negative (TN): ค่าลบจริง
- คือ กรณีที่โมเดล ทำนายว่าเป็นลบ (ไม่ท้อง) และ ความเป็นจริงก็เป็นลบ (ไม่ท้อง)
3. False Positive (FP): ค่าบวกเท็จ Type I Error
- คือ กรณีที่โมเดล ทำนายว่าเป็นบวก (ท้อง) แต่ ความเป็นจริงเป็นลบ (ไม่ท้อง)
4. False Negative (FN): ค่าลบเท็จ Type II Error
- คือ กรณีที่โมเดล ทำนายว่าเป็นลบ (ไม่ท้อง) แต่ ความเป็นจริงเป็นบวก (ท้อง)

Case 2 : A person infected with COVID-19
- ช่วงโควิด ระบาดใหม่ ปลายปี 2019 คนป่วยไปโรงพยาบาลเป็น 100 คน ตรวจแล้วควรใช้ threshold ต่ำหรือสูงดีกว่า ?
- ควรใช้ต่ำ เพราะโรงพยาบาลต้องการให้คนอยู่โรงพยาบาลมาก threshold 30% ก็ควรให้อยู่โรงพยาบาลเยอะกรณีผู้ป่วยโควิดยังน้อย
- ถ้าเกิดเตียงเริ่มเต็ม ต้องตั้ง threshold 70% เพื่อให้คนอยู่โรงพยาบาลน้อยๆ ในกรณีโควิดระบาดมาก
threshold สูงต่ำ ไม่ได้อยู่ที่ model แต่อยู่ที่สถานการณ์ประกอบด้วย
Case 3 : Churn Prediction

- หาว่าใครมีแนวโน้มจะเลิกใช้แบรนด์หรือไม่ ?
- ถ้ารู้ว่าลูกค้าที่มีแนวโน้มจะยกเลิกใช้บริการ Dtac จะแก้ไขยังไง
- โทรหา offer promotion, โปรลับเพื่อไม่ให้คนเลิกใช้บริการ
- prescriptive analytic
- เก็บ data เดือน 1 – เดือน 3 ทดลอง เดือน 4 deploy model เดือน 5-7 แล้วทำนาย model ไปเรื่อยๆ
Case Study 2 – Tesco

- TESCO เป็น Target ของ (Retail คือ การขายสินค้าหรือบริการโดยตรงให้กับผู้บริโภคคนสุดท้าย)
- สมัย Tesco เมื่อ 30 ปีที่แล้ว 1990 Tesco ยังไม่ใช่เจ้าตลาด ณ ปัจจุบัน
- Brand เบอร์หนึ่งตอนนั้นคือ Sainsbury’s (เซนส์เบอรีส์)
Case 1 : Tesco/ Sainsbury’s

- สมัยก่อน ที่ Sainsbury สามารถใช้เงินซื้อ 5 ปอนด์ ซื้ออาหารกล่องและ Spaghetti ที่กินได้ถึง 3 มื้อเลยครับ อยู่ได้ 2 วัน ปี 1990
- TESCO จึงพยายามจะแซงหน้า Sainsbury’s (เซนส์เบอรีส์) ทำไงก็แซงหน้าไม่ได้
- TESCO เลยไปหา 2 สามี ภรรยาจากรูปด้านบนนี้มาเพื่อคิดกลยุทธ์ใหม่ๆ ชื่อ Evina Dunn and Clift Country
Evina Dunn and Clive Humby
- รวมชื่อกัน เป็น Dunnhumby เสนอ Campaign เข้าไปทำกับ Tesco โดยสร้างเป็น Loyalty Campaign เพื่อให้ user มาสมัครได้แล้วใช้ Loyalty Club Card แล้วเก็บสะสมแต้มได้
- พอทำงานได้ 3-4 เดือน เอาข้อมูลไปที่เก็บได้จากลูกค้าให้ผู้บริหารฟัง จึงได้ข้อมูล 5 part นี้ที่ควรจะพัฒนา

วิเคราะห์ข้อมูลแบบนี้ ทำอะไรได้บ้าง
- สกิลการตั้งคำถามคือ การที่จะสามารถทำให้รู้แนวทางในการวิเคราะห์ข้อมูลต่อได้
- จงหาว่า สาขาไหนขายปริมาณเยอะสุด
- จงหาว่าลูกค้า Top 10 ที่ซื้อสินค้าเยอะสุด คือใครบ้าง สาขาไหน ซื้อเยอะ ช่วงเวลาในการซื้อ
- วันที่สามารถทำให้เรารู้ได้ วันที่ที่ลูกค้ากลับมาซื้ออีกครั้ง เพื่อดูความถี่ในการซื้อของลูกค้า
Case 2 : Loyalty Program 7-11
- ยิ่งลูกค้าคนไหน ซื้อของให้เยอะก็จะยิ่งส่ง Coupon Size ใหญ่ไปให้ลูกค้าเหล่านั้นได้เลย
- ลูกค้าแต่ละคน สร้าง Value ให้โทรศัพท์ไม่เท่ากัน ก็ควรจะให้ Offer ต่อลูกค้าที่ไม่เหมือนกัน
- High Value Receive Good offer, Low Value Receive Bad offer
Personalization คือ กระบวนการปรับเปลี่ยนประสบการณ์, เนื้อหา, ผลิตภัณฑ์, หรือบริการ ให้มีความเหมาะสมและตรงกับความต้องการ, ความสนใจ, ลักษณะเฉพาะของแต่ละลูกค้า
Case Study3 : Netflix

- เคสนี้เป็น Case ที่ไม่ประสบความสำเร็จ
- ไม่ใช่ทุก Project ที่เราทำขึ้นมาจะได้อยู่ใน Production ก็มีหลาย Project ที่ Fail ไปเหมือนกัน
Case 1 : CEO Netflix
- CEO Netflix เคยเปิดการแข่งขันทั่วโลก ใครก็ตาม Build model แนะนำหนัง Recommendation ได้ดีกว่า Netflix 10% ขึ้นไป เอาเงินไปเลย 1 ล้านเหรียญ

- คล้ายกับการแข่ง hackathon เป็นการแข่งเพื่อหา Idea ใหม่ๆ
- Netflix ทำ Website แล้ว Summit คะแนนเลย หนังแต่ละอันที่ถูกผลิตขึ้นมาได้คะแนนเท่าไรบ้าง
- เวลาแนะนำหนังไป โชว์หนังเรื่องนึงแล้วมีคนกดเข้าไปดู แสดงว่าหนังเรื่องนั้นดีแล้วได้ Accuracy 100%
- แต่ถ้าโชว์หนัง 100 เรื่องแล้วคนดู 50 เรื่อง แสดงว่า Accuracy 50/100 = 50%
Rule of Reed Hastings
- ใครที่สามารถ Build Algorithm ที่ทำงานได้ดีกว่า Data Scientist Netflix 10% จะเอาเงินไป 1 ล้าน
- ผ่านไป 3-4 ปี ทีมที่ 1-5 ที่ทำแข่งได้ใกล้มารวมตัวกันแล้วตั้งทีมแล้วทีมทำนายสำเร็จ
ทำให้ Model สามารถชนะ Netflix แต่ไม่สามารถเอาไปใช้จริงได้
Problem Netflix Case

- Business Outcome กับ Model Output แต่ไม่สอดคล้องกัน จึงไม่สามารถใช้จริงได้
- ต้นทุนของ Model ที่จะใช้เปลี่ยนโครงสร้างหลังบ้านใช้เยอะเงินมาก จึงไม่คุ้มกับรายได้ที่ได้รับ
- ระยะเวลาที่ใช้ในการเปลี่ยนนานเกินไป จึงไม่คุ้มค่า

Concept เรื่องความเร็วใน Deliver service ผ่าน Application แล้วส่งผล predict ขึ้นไปบนโทรศัพท์มือถือลูกค้า
- เช่น Netflix มี Model แนะนำหนังให้ลูกค้า SLA (Service Level Agreement หรือ ข้อตกลงระดับการให้บริการ) ใช้เวลา 3 วินาที
- เวลาลูกค้า summit service level ที่ 3 วินาที ให้กลายเป็น 1 วินาที แล้วลดความเร็วจะได้มั้ย
- แต่ต้นทุนทำคอมพิวเตอร์เราส่งข้อมูลมา 50 ล้านก็รายได้กลับมาที่ 10 ล้าน
Case Study 4 : Cambridge Analytica

- เป็น Case Study เรื่อง Project Almo
- เป็น project Alamo ที่ Donald Trump ทำไว้เทื่อ 8 ปีที่แล้ว
- ใช้ต้นแบบจาก Obama เลยว่า พื้นที่ไหนควรใช้ในการหาเสียงแล้วสามารถทำคะแนนได้
Project Almo เป็นการสร้างฐานข้อมูลผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่สร้างขึ้นสำหรับแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีของโดนัลด์ ทรัมป์ ในปี พ.ศ. 2559
ทำหนังใน Netflix ขึ้นมาเรื่อง The Great Hack
- โดย Database จะมีชื่อ เบอร์โทร นามสกุลแล้วก็ที่อยู่ และพรรคการเมืองที่ชอบของคนอเมริกาหลุดออกมา
จากการดึง API จาก facebook โดยที่ Facebook สั่งให้ลบ แต่ Cambridge ไม่ลบ
Case 1 : Brexit
- Carole Cadwalladr เคยไปทำข่าวสอบถามว่าชาว Wale ที่ Ebbe vale ว่า ให้อังกฤษและสหราชจักรเยอะมากว่าควรออกจาก Brexit มั้ย
- Brexit คือการโหวตอังกฤษออกจาก EU

- เพื่อให้คนอยากออกจาก Brexit แต่เมือง Ebbe vale ได้เงินสนับสนุนจาก EU เยอะมาก แต่คนโหวตออกเยอะ จึงรู้สึกแปลกใจ
- เลยเดินไปถามร้านค้าทั่วไปทำไมถึงอยากออก เพราะโดน Immigrant แย่งงานเยอะมาก แต่พอไปดูข้อมูลจริง มีคนต่างชาติมาแย่งงานน้อยมาก
คนส่วนใหญ่เห็นข้อมูลนี้มาจาก Facebook
Case Study 5 : Moneyball

- Billy Bean เป็นผู้จัดการทีมของทีมท้ายตารางของ Baseball
ทีมไม่มีเงินแล้วไม่รู้ทำยังไง จึงเอาเงินมาจ้างนักเศรษฐศาสตร์
Case 1 : Coach and Economist

- สร้างค่า Regression เพื่อรู้ว่าทำไง ถึงสามารถตัวแปรไหนสามารถข่วยให้ชนะได้
- โดยนำตัวแปรที่วิเคราะห์ออกมาว่าไปหานักกีฬาที่มี 5 Skill นี้ดี แต่ค่าตัว under value player
แล้วพา Oakland Athletics สร้างประวัติศาสตร์ชนะ 20 เกมในประวัติศาสตร์ Baseball America
ข้อมูลเป็นสิ่งที่สำคัญในโลกอนาคตมากดังนั้นจากเคสตัวอย่างทั้ง 5 เคส แสดงเห็นว่าปัจจุบันใครยิ่งรับรู้ข้อมูลได้มากและถูกจะยิ่งประสบความสำเร็จในชีวิตได้มากขึ้น
ขอบคุณคอร์ส Graduation Day จาก Data Science Bootcamp 11 DataRockie : https://data-science-bootcamp1.teachable.com/courses/enrolled/2684443
